Archive for มิถุนายน, 2005

Stay Hungry. Stay Foolish.

The commencement address by Steve Jobs, CEO of Apple Computer and of Pixar Animation Studios, delivered on June 12, 2005.

download

Sample …

“… Sometimes life hits you in the head with a brick. Don’t lose faith. I’m convinced that the only thing that kept me going was that I loved what I did. You’ve got to find what you love. And that is as true for your work as it is for your lovers. Your work is going to fill a large part of your life, and the only way to be truly satisfied is to do what you believe is great work. And the only way to do great work is to love what you do. If you haven’t found it yet, keep looking. Don’t settle. As with all matters of the heart, you’ll know when you find it. And, like any great relationship, it just gets better and better as the years roll on. So keep looking until you find it. Don’t settle.”

“… Remembering that I’ll be dead soon is the most important tool I’ve ever encountered to help me make the big choices in life. Because almost everything all external expectations, all pride, all fear of embarrassment or failure – these things just fall away in the face of death, leaving only what is truly important. Remembering that you are going to die is the best way I know to avoid the trap of thinking you have something to lose. You are already naked. There is no reason not to follow your heart.”

ให้ความเห็น

พบสุขได้ทุกเมื่อ

ความสุขที่แท้เกิดขึ้นจากภายใน
มิต้องมีสิ่งเร้าเย้ายวนใจจากภายนอก

ให้ความเห็น

คล้าย โดยไม่ได้ลอก

http://www.winbookclub.com/basket_detail.php?id=44 (๖ มี.ค. ๔๘)

http://noistuff.blogspot.com/2005/05/blog-post_19.html (๑๙ พ.ค. ๔๘ — ข้อความต่อจากจดหมายข่าวจากดังตฤณ)

และก็พึ่งรู้ว่ามันเป็นปรัชญาเซนด้วย -_-” ยืนยันจ๊ะว่าหนูเปล่าลอก …

ให้ความเห็น

แยกให้ออก

แฮกเกอร์ – แครกเกอร์

ร้านเน็ต – ร้านเกมส์

ประชุมเชียร์ – รับน้อง

ที่จริงยังมีอะไรอีกหลายๆ อย่างในสังคมนี้ที่คนทั่วไปไม่สามารถแยกออกได้ด้วยตัวเอง แถมสื่อต่างๆ ที่ไม่มีความสามารถในการแยกคำเหล่านี้ แล้วนำไปใช้ในทางที่ผิด ทำให้สังคมเข้าใจผิดกันไปหมด จากเรื่องเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ จรรยาบรรณของสื่ออยู่ที่ไหนจ๊ะ (ถามไปถึงพวกที่เคยถูกท้วงติง ขอร้องให้ใช้ให้ถูกต้อง แต่ก็ทำเฉยเมยซะงั้น)

Comments (2)

Virtual Thai Keyboard

อยู่ต่างประเทศ ไม่มีคีย์บอร์ดไทยให้ใช้ แต่จำเป็นต้องพิมพ์ไทย … ใช้เว็บนี้สิครับ เด็ด !

http://www.puttipan.com/thaikeyboard/

(พึ่งเคยเจอนี่แหละ สามารถใช้กับ FireFox 1.0.4 ที่ทำงานบน Linux ได้ด้วย — เดี๋ยวลองกับ Linux ที่ไม่มี Thai fonts ดีกว่า)

Comments (1)

Recent Talk of the Town

เห็นรูปนี้แล้ว ..

คลิ๊กเพื่อดูรูปดังกล่าว

มีความรู้สึกทันทีว่า เหมือนๆ แอปเปิ้ลกำลังเขมือบ intel :P (คนวางตำแหน่งก็ช่างคิดเสียจริงเล๊ย)

Comments (4)

เสียหมา

เมื่อวานตอนเช้ามาก (เวลาก่อน ๑๐ นาฬิกา สำหรับข้าพเจ้าแล้ว นับว่าเช้ามากจริงๆ นะ) ข้าพเจ้าเดินออกไปนอกร้านเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ ก็เห็นสุนัขพุดเดิ้ลตัวหนึ่งขนขาวปุย ขาสั้นๆ หน้ากลมๆ หน้าตาจิ้มลิ้มสมกับชาติตระกูลของมันตัวหนึ่ง ยืนอยู่ลึกเข้าไปแถวๆ ประตูห้องน้ำ (สงสัยจะแอบเข้าไปขโมยข้าวแมวกิน) เมื่อมันได้ยินเสียงข้าพเจ้าเดิน และหันมาเห็นข้าพเจ้าแล้ว มันก็แสดงอาการตกใจ แล้ววิ่งกระโดดกึ่งกระโจนสวนออกมาตามทางเดินนั้น

ที่นี้ปรากฏว่า ระหว่างทางเดินนั้นมีรั้วเหล็กเตี้ยๆ ทาสีเทาเงิน สูงประมาณเข่าของข้าพเจ้า และเป็นแบบเคลื่อนย้ายได้ (หนักพอประมาณเหมือนกันนะนั่น) ซึ่งเป็นรั้วเหล็กที่พี่ลูกเจ้าของตึกนำมาวางไว้สำหรับกั้นรถ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเครื่องกั้นขวางทางหนีของเจ้าหมาตัวนั้นอยู่ เจ้าหมาคงกะกำลังตัวและช่วงขาของมันแล้วว่า กระโดดไม่พ้นแน่ มันจึงพุ่งตัวคะเนว่าคงผ่านซี่ลูกกรงของรัั้วเหล็กนั้นออกมาได้ แต่อนิจจา มันคงลืมคิดว่าพุงมันใหญ่กว่าช่องว่างของลูกกรง มันจึงรอดออกมาได้แค่หัว และขาหน้าสั้นๆ สองข้าง

อย่างไรก็ดี อาจจะด้วยความตื่นตระหนกตกใจ มันจึงกึ่งวิ่งกึ่งกระโจนแบบขาหน้าลอยๆ ตะกุยอากาศ ขาหลังถีบพื้นกระแด่วๆ ลากลูกกรงที่มีน้ำหนักมากพอประมาณอันนั้นออกไปเป็นระยะทางไกลพอสมควร ก่อนที่จะไปติดอยู่ตรงมุมตึกในสภาพหลังชนฝา และตัวมันก็ติดอยู่ระหว่างลูกกรงกับผนังตึก จะถอยก็ไม่ได้ จะไปข้างหน้าก็ไม่ได้ เพราะลูกกรงหนัก แล้วเป็นช่วงที่ถนนยกระดับขึ้นมานิดหนึ่ง จึงต้องติดอยู่ตรงนั้น

ข้าพเจ้าทั้งขำ ทั้งสงสาร จึงเดินไปจับลูกกรงอันนั้นแล้วยกออกมาข้างหน้าให้เจ้าพุดเดิ้ลถีบตัวออกจากลูกกรง แล้ววิ่งหนึข้ามถนนไปอย่างไม่คิดชีวิต (เป็นโชคดีของมัน ที่ขณะนั้นไม่มีรถยนต์แล่นมาเสยมันซะก่อน)

เมื่อเจ้าหมาหน้าตื่นวิ่งข้ามไปอยู่อีกฝั่งอย่างปลอดภัยแล้ว มันก็หันหน้ามาทางข้าพเจ้า ราวกับจะบอกว่า “อย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ … เค้าอาย” แต่มันคงไม่รู้หรอกว่า ข้าพเจ้าเที่ยวเล่าให้ใครต่อใครฟังทั้งวัน และมีพี่ลูกค้าคนหนึ่งบอกว่า … นี่แหละคือ อาการเสียหมา :D

ให้ความเห็น

Older Posts »
%d bloggers like this: