Archive for กุมภาพันธ์, 2010

มาลาอีกครั้ง

ผมจะเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ในวันที่ ๑๒ ถึง ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ จึงมาลาท่านผู้ติดตามอ่าน และขอให้ร่วมอนุโมทนาบุญอีกครั้ง หลังจากกลับมาแล้ว ผมจะค่อยๆ โพสเรื่องที่เตรียมไว้แล้วว่าจะเล่าให้อ่านกันครับ (ของเก่าที่ยังนำมาเล่าไม่หมดนั่นแหละ แหะๆ) :)

Advertisements

Comments (3)

Two-Piece

ปลายๆ ปีที่แล้ว ช่วงใกล้ๆ จะมีงานปีใหม่ที่ออฟฟิศ น้องๆ จับกลุ่มปรึกษาหารือกันถึงโปรแกรมที่จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งออฟฟิศ หลังจากงานปีใหม่

ที่ออฟฟิศจะมีการลงขันกันคนละห้าสิบบาททุกเดือน พี่ๆ รุ่นใหญ่หน่อยก็คนละร้อย เพื่อเป็นทุนในการจัดงานเลี้ยงปีใหม่ หรือนำไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน โดยทางบริษัทจะช่วยสมทบให้อีกส่วนหนึ่งด้วย ทำให้มีงบเที่ยวกันเยอะพอสมควร

แต่ละคนจะมีโอกาสได้เสนอช่วงเวลาของปี จำนวนวัน และสถานที่ที่อยากจะไปเที่ยว แล้วใช้วิธีโหวต มีหลายๆ สถานที่ที่น่าสนใจ โดยน้องๆ จะหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเมื่อเสร็จงานแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลากลับบ้าน พอใครเปิดเจอสถานที่ท่องเที่ยว หรือกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจ คนอื่นๆ ก็จะไปสุมหัวกองกันดูที่มอนิเตอร์นั้น แล้วเริ่มออกความเห็น สักพักก็จะมีคนแยกตัวไปเปิดเครื่องอื่น ดูข้อมูลที่อื่นๆ บ้าง พอเจออะไรน่าสนใจ ก็จะบอกให้คนอื่นมาสุมหัวออกความเห็นกันที่เครื่องนั้นๆ อีกครั้ง พฤติกรรมเช่นนี้จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาแยกย้ายกลับบ้าน ส่วนใหญ่จะมีแต่สาวๆ ที่มารุมล้อมกันอยู่หน้าจอ ส่วนหนุ่มๆ ไม่ค่อยมาสุงสิงเท่าไหร่ มักจะนั่งอยู่ที่หน้าเครื่องของตน

เย็นนั้นผมกำลังนั่งทำคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง อยู่ใกล้ๆ กลุ่มสาวๆ เหล่านั้น ช่วงเวลาที่กำลังรอให้ Linux จัดการนำ backup image ของวินโดวส์กลับมาให้น้องเจ้าของเครื่องได้ใช้ ผมก็จะหันไปมองหน้าจอที่น้องๆ กำลังสุมหัวดู และฟังความคิดเห็นของแต่ละคน

มีอยู่เว็บหนึ่ง เป็นรีสอร์ทชายทะเล ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัว และมีกิจกรรมต่างๆ ให้เลือกทำได้หลายอย่าง ภาพถ่ายที่เขานำมาเสนอ ก็สวยมากจนสามารถชนะใจน้องๆ ได้หลายคน บางคนถึงขั้นอยากเดินทางไปเที่ยวที่นั่นทันที มีการวางแผนการเดินทางและชุดที่จะเตรียมไปเที่ยว พอคุยกันถึงเรื่องชุดลงเล่นน้ำ น้องจอยก็พูดขึ้นว่า

“ใส่ทูพีชเลย”
“ไม่เอา กลัวหุ่นไม่สวย” น้องบางคนแย้ง
“โถ่ ไปเที่ยวที่แบบนี้ทั้งที กลัวอะไรกับหุ่นไม่สวย งั้นก็ทูพีชแบบนี้ไง … แว่นตา กับตีนกบ” น้องจอยยืนยัน

Comments (3)

ฤๅษีดัดตน

วันก่อนเดินทางไปปฏิบัติธรรมสองสามวัน ครอบครัวผมไปกินมื้อค่ำกับครอบครัวหนุ่ยที่ร้านอาหารในเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กลับมาถึงคอนโดด้วยอาการอิ่มมาก อิ่มมากๆ ก่อนเที่ยงคืนนิดหน่อยสมเจตน์โทรมาหา น้ำเสียงเหมือนคนเมาเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติตามเจ้าของฉายา สิงห์ขี้เมา และเขามักจะโทรหาเพื่อนๆ ตอนเมา

พฤติกรรมของเพื่อนผมแต่ละคนที่โทรมาหา จะแตกต่างกัน บางคนจะโทรมาตอนกำลังขับรถไปเจอสถานการณ์จราจรติดขัดหนักๆ บางคนจะโทรมาตอนเมา บางคนโทรมาเพราะโปรโมชั่นโทรฟรีของเดือนนั้นเหลือ และใกล้หมดเวลาโปรโมชั่นแต่ไม่รู้จะโทรหาใครดี ฯลฯ แต่ทุกครั้งที่ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนๆ ไม่ว่าพวกเขาจะโทรมาด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผมจะรู้สึกดีเสมอ เพราะผมนิสัยเสีย ไม่ค่อยโทรไปหาใครก่อนทั้งๆ ที่คิดถึง เนื่องจากเกรงว่าตอนนั้นพวกเขาอาจจะกำลังทำงานยุ่ง พอถึงตอนเย็นผมก็ลืมโทรจนได้ :)

คืนนั้นสมเจตน์โทรมานอกจากจะเป็นพฤติกรรมปกติ ที่โทรหาเพื่อนๆ ตอนเมาเพื่อคุยเรื่องราวต่างๆ ทั้งประสบการณ์ร่วมกันในอดีต และเรื่องราวของเพื่อนคนอื่นๆ ในปัจจุบัน ก็ยังมีอีกสองสาเหตุ คือ ๑. โทรไปหาเพื่อนคนอื่นๆ มาแล้ว แต่เขาติดธุระ หรือปิดโทรศัพท์ และ ๒. จะวานให้ช่วยซื้อหนังสือ ฤๅษีดัดตน ที่แถวๆ วัดโพธิ์

“หน่อยกูอยากได้หนังสือฤๅษีดัดตน ร้านอยู่แถววัดโพธิ์ มึงช่วยซื้อให้กูเล่มดิ”
“เฮ้ย หาดูบนเว็บก็ได้ กูเคยเห็น”
“ไม่เอาท่านั่งดิ กูดูบนเว็บแล้ว มันมีแต่ท่านั่ง นี่กูจะเอาท่ายืน กูเคยเห็นหนังสือฤๅษีดัดตนท่ายืน มีสิบกว่าท่า กูจำมาทำได้สี่ท่า แล้วรู้สึกว่าดีมากๆ เลยอยากฝึกทุกท่าเลย”
“ได้ๆ ไม่มีปัญหา เดี๋ยวกูหาให้ กูจะหาท่าพิเศษให้ด้วยเอาเปล่า”
สมเจตน์เงียบไปพักหนึ่ง เหมือนกำลังตั้งใจฟัง ผมจึงพูดต่อไปว่า

“ท่าโก้งโค้ง เก็บสบู่”

เงียบ ไม่มีเสียงใดๆ จากฝั่งโน้น สักพักจึงมีเสียงหัวเราะร่วนพร้อมคำสบถ “ไอ้เหี้..” ตามมา และคำด่าอีกหนึ่งชุด
“ไอ้หน่อย มึงนี่จัญไ.. จริงๆ (ฯลฯ บลา บลา บลา)”
“อ้าว ก็แล้วมึงเสือกจินตนาการตามกูทำไมล่ะ เอาไหมเล่า ฤๅษีโก่งโค้งเก็บสบู่ เคราครึ้มเชียว แล้วขมิบตูดด้วยนะ มิ๊บ มิ๊บ มิ๊บ”

จากนั้นเราสองคนก็หัวเราะกันจนผมจุก ท้องคัดท้องแข็ง หายใจไม่ทัน รู้สึกอยากอ้วก ส่วนทางนู้น ไม่รู้ว่าหัวเราะจนสร่างเมาเลยหรือเปล่า คุยกันไป หัวเราะร่วนกันไปจนกระทั่งแบตเตอร์รี่โทรศัพท์ของสมเจตน์หมด :D

จากวันนั้นมา ผมยังไม่ได้แวะไปแถววัดโพธิ์ หาซื้อหนังสือดังกล่าวให้สมเจตน์เลย วันนี้ว่าจะไปลองหาดูสักหน่อย ไม่รู้ว่าจะหาท่าฤๅษีเก็บสบู่ได้จริงๆ หรือเปล่า ;)

Comments (3)

%d bloggers like this: