Archive for กรกฎาคม, 2006

ปิดตัวอย่างสมบูรณ์

วันนี้ไปยกเลิกใบทะเบียนการค้ามาเรียบร้อยแล้ว เป็นอันว่าร้านสปีดเน็ตคลับ ได้ยุติลงอย่างสมบูรณ์แบบ

เดินทางไปนนทบุรีทางเรือด่วน ธงส้ม มีอาการเมาเรือเล็กน้อย แต่ตอนหลังหลับเอาหัวซุกเข้าข้างเรือ เพื่อไม่ให้น้ำกระเซ็นมาถูกหน้า เลยคลายอาการเมาเรือได้หน่อย (หลังๆ ต้องยกกระเป๋าขึ้นมาปิด เพราะน้ำสาดเข้ามามากเหลือเกิน)

ถึงนนทบุรี ก็ต่อรถกระบะกระป๋อน้อย (มิตซูบิชิสีฟ้า) ไปกระทรวงพาณิชย์ ถึงกระทรวงพาณิชย์ติดเที่ยง ดีว่าคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว จึงแวะซื้อหนังสือก่อนไปลงเรือ จะได้มีอะไรอ่านตอนรอเจ้าหน้าที่กลับมาปฏิบัติงาน

บ่ายโมงปุ๊บ เจ้าหน้าที่สาวหน้าตาน่ารักเข้ามาที่เคาท์เตอร์ เราก็ไปต่อคิวเป็นคนที่สอง แจ้งว่าต้องการมายกเลิกใบทะเบียนพาณิชย์ เจ้าหน้าที่บอกว่าโอนเรื่องไปที่สำนักงานเขตแล้ว อ้าว เราอยู่เขตพระนครให้ไปติดต่อที่เขตพระนครได้เลย อ้าว อ้าว …

เลยนั่งแท็กซี่กลับไปท่าน้ำนนท์ฯ ลงเรือมาสักพัก เห็นป้ายท่าน้ำเทเวศน์ ก็เอะใจ รีบขึ้นจากเรือมาเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปสำนักงานเขตพระนคร โชคดีที่ไปทันเวลาทำงาน (ไปถึงตอนประมาณบ่ายสอง) เลยได้ทำเรื่องจนจบ

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินเรื่องทั้งหมด
ค่ารถเมล์ไปท่าช้าง ๗ บาท
ค่าเรือด่วนไปท่าน้ำนนท์ (ธงส้ม) ๑๓ บาท
ค่ารถสองแถวเล็กไปกระทรวงพาณิชย์ ๖ บาท
ค่ารถแท็กซี่กลับมาท่าน้ำนนท์ ๖๐ บาท (ราคามิตเตอร์ ๕๗ บาท แต่ให้พี่เขาไปเป็นกำลังใจ)
ค่าเรือกลับมาท่าช้าง (แต่ขึ้นที่ท่าเทเวศน์) ๑๓ บาท
ค่ามอเตอร์ไซค์จากท่าน้ำเทเวศน์ไปสำนักงานเขตพระนคร ๒๐ บาท
ค่าทำเนียมดำเนินการยกเลิกใบทะเบียนพาณิชย์ ๒๐ บาท
ค่าถ่ายเอกสารใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับยกเลิก ๒ บาท

นี่ถ้าหากว่าไม่โง่เดินทางไปถึงนนทบุรี ก็คงเสียแค่ค่าตุ๊กตุ๊กไปสำนักงานเขต ค่าธรรมเนียม ค่าถ่ายเอกสาร ไม่ถึงร้อยบาท -_-”

เอาวะ คิดว่าไปเที่ยวก็แล้วกันเนอะ ไปหาเรื่องให้เมาเรือเล่น ให้ความโง่มันกระเด็นออกไปพร้อมกับจังหวะการโคลงของเรือ :D

Comments (5)

มาเปิดร้านเป็นวันสุดท้าย

ตื่นเช้ามา รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันดี จึงกำหนดไว้ในใจว่า จะมาเปิดร้านเป็นวันสุดท้าย ก่อนมาเปิดร้าน เดินไปซื้อลังพลาสติกแบบมีฝาปิดมิดชิดใบใหญ่มาใส่หนังสือที่ร้าน เตรียมย้ายกลับบ้าน

เก็บหนังสือนิตยสาร พ๊อกเก็ตบุ๊ค การ์ตูน แล้วก็เคืองว่าหนังสือการ์ตูนหายไป ชุด โรงเรียนนักสืบ Q หายเล่มที่ ๒๑ (ก่อนเล่มสุดท้าย) เสียใจที่มีคนขโมยไป เสียใจที่ไว้ใจให้อ่านกัน แต่ก็ไม่ได้เก็บมาเป็นอารมณ์ให้หงุดหงิด

แจ้งข่าวบอกลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการว่าวันนี้มาเปิดเป็นวันสุดท้าย หลายๆ คนก็ใจหาย เพราะคาดกันว่าจะอยู่จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม

เหตุการณ์วันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เราก็ได้จากไปอย่างเงียบๆ นับว่าเป็นการปิดฉากที่ดี ไม่ต้องเอาหัวโขกเข้าหน้าอกมาเตรัชซี่ :D

/me เสียดายอยู่ว่า ไม่มีลูกค้าสาวสวยน่ารักมาใช้บริการ จะได้บอกลาแล้วขอ good bye hug หรือ kiss ซะหน่อย (แฮ่ๆ)

Comments (4)

ชีวา คืนกลับมา

วันก่อนออกจากที่ทำงานเร็วกว่าคนอื่นๆ รีบกลับบ้านเพราะอยากไปตามหาหนังสือเรื่อง “เด็กกระป๋อง” คนเขียนคนเดียวกับเรื่อง “พระราชาแตงกวา” หลังจากที่ตามหามาหลายที่แล้ว แต่ไม่เจอ

ระหว่างทางนั่งรถเมล์กลับบ้าน ผ่านเยาวราช เห็นชีวิตยามเย็นของคนในบริเวณนั้นแล้วรู้สึกคึกคัก รถราวิ่งกันขวักไขว่ ร้านรวงเต็มสองข้างทาง ผู้คนเดินไปเดินมาหาซื้อข้าวของ เรานั่งอมยิ้มตุ่ยอยู่ตั้งนาน รู้สึกผ่อนคลาย วางแผนว่าวันหนึ่งจะลงรถเมล์ แล้วเดินจากเยาวราชกลับบ้าน :)

พอรถผ่านเมอร์รี่ มิล (Merry Mill — ห้างเมอร์รี่คิงส์ เก่า) วังบูรพา แล้วเลี้ยวซ้ายปุ๊บก็ลง ไปหาหนังสือที่ร้านบูรพาสาสน์ บรรยากาศเก่าๆ สมัยเรียนประถมก็ผุดขึ้นมาเพียบ บ้านเก่าของเพื่อนสนิทคนหนึ่งอยู่แถวนี้ สมัยนั้นมาหาเพื่อนคนนี้ทุกอาทิตย์ แล้วพอขึ้นมัธยมต้น ก็มาหาซื้อหนังสือกับเพื่อนสนิทอีกคนที่วังบูรพา แทบทุกอาทิตย์

เย็นนั้นหาหนังสือที่ต้องการไม่ได้ แต่ได้เดินดูหนังสือบนชั้นไปทั่วร้าน ได้เปิดๆ พลิกๆ หนังสือที่คิดว่าน่าสนใจออกดูหลายเล่ม ได้ซึมซับบรรยากาศเก่าๆ ที่เคยทำให้เรามีความสุขกับชีวิต ได้เดินกลับเข้าไปในโลกส่วนตัวอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับไปอย่างสุขใจ ไม่ได้กลับไปคุยกับตัวเอง ไม่ได้กลับไปใช้ความคิดพิจารณาทบทวนสิ่งต่างๆ แต่เป็นการกลับไปอิ่มเอิบกับอารมณ์ของตัวเอง

เดินออกมาจากร้านหนังสือแล้วอยากแต่งเพลง แต่งกลอน เขียนบันทึก อ่านวรรณกรรมเยาวชนกองเท่าภูเขา เหมือนอย่างที่เคยทำ :)

บางทีต้องคอยถามตัวเองบ้างเหมือนกันว่า ทุกวันนี้เรากำลังใช้ชีวิต อย่างมีชีวากันหรือเปล่านะ ;)

ให้ความเห็น

ตาแดง

ไม่ได้เป็นมดแดงซะหน่อย แต่ว่าตาแดง

เริ่มจากหลายวันก่อนที่ฝันก่อนตื่นว่าตกน้ำป๋อมแป๋ม ตื่นมาก็ตาแดง เป็นก้อนแดงจัดอยู่ตรงหางตาซ้าย

วันต่อมาก็กระจายมาเป็นที่หางตาขวาด้วย

วันต่อมาเป็นทั้งหัวตา หางตา ทั้งสองข้างเลย

จนกระทั่งเมื่อวานนี้แฟนลากไปซื้อยามาหยอดตา

วันนี้รู้สึกว่าตาขวามีอาการดีขึ้น (แต่แฟนบอกว่าเหมือนเดิม)

หวังว่าจะหายดีในเร็ววัน เพราะไม่อย่างนั้นต้องโดนลากไปหาหมอแน่ๆ ….

มดแดงแฝงพวงมะม่วง
แสนเป็นห่วงเจ้ามดแดง
จีบกันไป จีบกันมา
อดยัดห่า ทำตาแดงๆ

ให้ความเห็น

อิตาลีทำได้ !!!

ในที่สุด หลังจากรอคอยมาหลายปี ขุนพลอัสซูรี่ก็ล้างอาถรรพ์การยิงลูกโทษในนัดชิงชนะเลิศบอลโลก พร้อมล้างแค้นฝรั่งเศสจากศึกบอลยูโรฯ เมื่อหกปีก่อนสำเร็จ เย้ เย้ เย้ …

เสียดายไม่ได้ดูอินซากี้ลงเล่นในนัดนี้เลย เฮ้อ

สงสารตูรามอยู่เหมือนกัน การแข่งครั้งสุดท้ายของตัวเอง พอฝรั่งเศสแพ้ ร้องไห้ซะ … (ส่วนนึงที่ชอบบอลอิตาลี ก็เพราะตูรามนี่แหละ สมัยที่เล่นให้ปาร์มาน่ะ ได้ใจสุดๆ)

ซีดานเจ๋งวะ โขกซะล้มทั้งยืนเลย แฮ่ๆ

อ้อ เกมนี้อิตาลีเริ่มเขี่ยลูกก่อน แต่ก็ชนะได้นิ ;) (มีเพื่อนบอกว่าให้สังเกตดูบอลโลกคราวนี้ ใครเลือกเขี่ยลูกก่อนมักจะแพ้)

Comments (1)

ผลักดัน

ที่ทำงานใหม่นั้น หน้าที่ของเราคือเข้าไปดูแลความเรียบร้อยของคอมพิวเตอร์ในสำนักงาน

หลังจากสำรวจดูแล้ว พบว่าเราสามารถนำโปรแกรม FOSS มาใช้ทดแทนโปรแกรมที่เขาใช้อยู่เดิมได้ เช่น พวก OpenOffice.org เป็นต้น เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในอนาคต เราจึงเริ่มผลักดัน และเสนอการใช้งานไปยังผู้มีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งเขาตัดสินใจไว้วางใจให้เราจัดการได้ตามที่เสนอ

อืม … ยังคงรู้สึกดีที่ไม่ได้จากโลก FOSS นี้ออกไปอย่างเต็มตัวซะทีเดียว :)

Comments (14)

เมา

เดินทางไปทำงาน ช่วงแรกเป็นช่วงถ่ายงานกับคนเดิมที่กำลังจะออกสิ้นเดือน เราเลยไปเรียนรู้สิ่งที่ต้องทำก่อน

วันแรกจ้างมอเตอร์ไซค์ไปขึ้น BTS ที่สนามกีฬาแห่งชาติ ไปถึงที่ทำงานสายครึ่งชั่วโมง

วันที่สองตื่นเร็วกว่าเดิมชั่วโมงนึง ขึ้นสาย ๑๒ กะไปขึ้น BTS ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ แต่รถติดมาก เลยต้องลงมา จ้างมอเตอร์ไซค์ให้ไปส่งที่ BTS ไปถึงที่ทำงานเร็วกว่าวันก่อนสิบนาที

คราวนี้คนที่ออฟฟิศแนะนำให้ลงเรือด่วนเจ้าพระยามาขึ้นที่ท่าสาทร

การเดินทางด้วยเรือครั้งแรก เริ่มขึ้นในวันจันทร์ จ้างมอเตอร์ไซค์ไปท่าพระจันทร์ ลงเรือข้ามฟากไปวังหลัง แล้วลงเรือด่วนธงเหลืองไปขึ้นที่ท่าสาทร ไปทำงานทัน แต่เมาเรือเล็กน้อย คืนนั้นรีบกลับมานอน แต่พอบอลโลกเตะเสร็จตอนเที่ยงคืน เพื่อนอั๋นก็โทรมาหา -_-” เลยกว่าจะหลับได้อีกทีก็นานเลย

วันที่สองของการเดินทางด้วยเรือ ขึ้นรถเมล์สาย ๑ ไปลงท่าช้าง แล้วเดินไปท่าพระจันทร์ ข้ามฟากไปวังหลัง แล้วลงเรือด่วนธงส้มไปขึ้นท่าสาธร วันนี้เมาเรือหนัก เพราะธงส้มจะจอดทุกท่า (ประมาณ ๖ ท่า) แล้วเวลาเรือเข้าเทียบท่า จะกระแทก บวกกับที่เรานอนน้อย เลยเมาเรือไปใหญ่ บ่ายนั้นต้องไปซื้อพาราฯ มากิน และมีงีบหลับไปประมาณชั่วโมงนึงด้วย กลับมารีบนอน เที่ยงคืนบอลโลกเตะเสร็จ เพื่อนหมีเล็กก็โทรมา … กว่าจะหลับได้อีกทีก็หลังจากนั้นไปนานอีกแล้ว

จากการเดินทางด้วยเรือ ทำให้ทราบข้อมูลว่า เรือด่วนเจ้าพระยามีธงสามสี ส้ม เหลือง ฟ้า โดย ธงส้มจะจอดทุกท่า ธงเหลืองจอดสามท่า ธงฟ้าจะแล่นยาวตลอดจอดที่สาทรท่าเดียวเลย ค่าโดยสารก็ ๑๓, ๑๘ และ ๒๒ ตามลำดับ

ช่วงอาทิตย์แรก เมาเรือทุกวัน แต่พอเริ่มงานจริง ต้นเดือนนี้ ก็ลองพยายามหลายๆ วิธีที่จะช่วยไม่ให้เมาเรือ เช่น ลงเรือปุ๊บ หาที่ยืนที่มั่นคงได้ก็หลับตาปั๊บ ไม่มองอะไรเลย, กินอาหารให้อิ่มก่อนเดินทาง, ดมยาดม, อมลูกอม …

ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้ว ไม่ค่อยเมาเรือเท่าไหร่แล้ว ดีจัง …

Comments (3)

Older Posts »
%d bloggers like this: