Archive for Life

Making of Waterpik Thai manual

UPDATE! : 17 May 2015
๑. มีไฟล์ใหม่ส่งมา บอกว่าแก้ไขเพิ่มสองสามจุด กำลัง upload ไฟล์ใหม่ให้
๒. upload ไฟล์ใหม่ให้เรียบร้อยแล้ว

ศุกร์ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ขอบันทึกกระบวนการครั้งนี้ไว้หน่อย

หลังจากซื้อเครื่อง Waterpik WP-450E2 มาใช้ แล้วพบว่าไม่มีคู่มือภาษาไทย จึงเริ่มสร้างคู่มือด้วยตัวเอง แต่เจอศัพท์ทันตกรรมเข้าไปงงมาก จึงขอความช่วยเหลือไปยังคุณหมอธนกร จารุธีรชน (โจอี้) และสามารถดำเนินการแปล และสร้างคู่มือต่อไปได้ครึ่งทาง

ระหว่างนั้นพบว่ามีคนโพสบนเว็บบอร์ดของบริษัทผู้นำเข้าผลิตภัณณฑ์ เพื่อขอคู่มือภาษาไทยไปทาง บ.โคไน้ซ์อีเล็คโทรนิค จำกัด จึงส่งอีเมลไปขอบ้าง และโทรศัพท์ไปขออีกทางหนึ่งด้วย

ได้คุยกับคุณนัฐธิกา โฮ (บุ๋ม) บอกว่าได้รับอีเมลเราแล้ว และกำลังจัดทำคู่มือให้ คาดว่าจะส่งให้ได้ภายในห้าโมงเย็นวันนี้เลย (สุดยอดมาก)

ตอนเย็นเช็คอีเมล พบว่าคุณบุ๋มส่งคู่มือมาให้แล้ว เป็น PDF จำนวน ๑๕ หน้า พอเปิดอ่านพบว่าสวยงามและดูดีมีชาติตระกูลกว่าฉบับที่เรากำลังทำอยู่อย่างคนละชั้น เพียงแต่มีไม้โทเกินมาตัวเดียวในหน้า ๑๔ เราอยากแก้ไขคำผิดก่อนทำการกระจายคู่มือออกไป ต่อจากบรรทัดนี้แหละจะเกี่ยวกับวิธีการที่ใช้ในการแก้ไข และกระจายคู่มือ

๑. ใช้ GIMP บน Linux Mint เปิดคู่มือแบบ Layer แก้ไขหน้าที่ผิด save
๒. ส่งคู่มือแบบ PDF ทาง Facebook Messenger (รองรับไฟล์ใหญ่ได้ถึง 25Mb) ให้คนกลุ่มหนึ่งก่อน
๓. ต้องการแปะคู่มือขึ้นทาง Timeline ของ LINE หาทางแปลง PDF เป็น png ใช้คำสั่งนี้เพื่อให้ PDF ไฟล์เดี่ยว ๑๕ หน้า กลายเป็น png ๑๕ ไฟล์

$ convert -quality 100 -density 300×300 ต้นฉบับ.pdf ปลายทาง.png

๔. แปะคู่มือบน LINE Timeline แล้วกระจายต่อ

ขั้นตอนที่ ๑ กับ ๓ ข้างบน พอพิมพ์ออกมาตอนนี้ดูง่ายมาก แต่ตอนที่เรายังไม่รู้วิธี ใช้เวลานานมากในการงมหาทางทำให้ได้ตามเป้าหมาย ค้นหาวิธีเจอแล้ว ต้องมาลองทำอีกว่าถูกต้องหรือไม่ ได้ผลตามต้องการหรือไม่ ต้องปรับแต่งกระบวนการอะไรบ้าง

เรื่องนี้สอนตนเองว่า ทุกปัญหา ทุกอุปสรรค ล้วนเกิดขึ้นเพื่อให้เรามีโอกาสสะสมประสบการณ์ และทักษะ ให้เราพัฒนาขึ้น เก่งขึ้น และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ในอนาคต

คู่มือ ฉบับแก้ไขล่าสุด (๑๗ พ.ค. ๕๘) : WP-450E2 Manual

ให้ความเห็น

ดีมาก

กิจกรรมอันดับต้น ๆ ที่ผมและเมียทำ เมื่อกลับถึงบ้าน หลังจากวางรองเท้าที่ชั้นไม้ หลังประตูหน้าบ้านแล้ว ก็จะล้างมือ ล้างเท้า บางทีก็ล้างในห้องน้ำ แต่บางทีก็เดินผ่านห้องครัวไปเปิดประตูหลังบ้าน แล้วออกไปล้างมือเท้าที่ก๊อกตรงระเบียง

การล้างมือในห้องน้ำ ก็ล้างที่อ่างล้างหน้า ส่วนการล้างเท้า สามารถใช้สายฉีดชำระ หรือหยิบฝักบัวลงมาเปิดน้ำใส่เท้าได้ ทำให้ไม่ต้องก้มหัวลงมามาก แต่ถ้าหากเป็นที่ระเบียง ก๊อกน้ำจะอยู่ค่อนข้างต่ำ ต้องก้มตัวลงไปเปิดปิดน้ำ

เมื่อวานนี้เมียผมกลับเข้าบ้านมาก็บ่นปวดหัวนิดหน่อย แล้วเดินออกไปล้างเท้าตรงระเบียง ล้างเท้าเสร็จแล้วเธอเดินเข้ามาในครัวบ่นว่าปวดหัว เหมือนจะเป็นลม ตอนนั้นผมยืนอยู่ในห้องโถงซึ่งอยู่ห่างจากเธอประมาณห้าหกก้าว จึงรีบบอกให้เธอนั่งลง เพราะเกรงว่าหากเธอล้มลงไป จะเข้าไปช่วยรับตัวเธอไว้ไม่ทัน แต่กว่าเธอจะยอมนั่งก็ต้องพูดว่า “นั่งลง นั่งลง นั่งลง” ด้วยเสียงต่ำ ๆ ดุ ๆ อยู่สองสามที จนผมเดินไปจนเกือบถึง เธอจึงย่อตัวลงนั่งที่ธรณีประตูครัว

เมื่อผมไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เห็นเธอใช้ศอกยันเข่า กำลังเอามือทั้งสองประคองหน้าผากตัวอยู่เอง ผมเห็นว่าเธอปลอดภัยแล้วจึงพูดกับเธอด้วยเสียงต่ำ ๆ แต่นุ่มนวลว่า “ดีมาก ดีมาก … ขอมือ”

[หลังจากนั้น ผมแทบเอาชีวิตไม่รอด แฮ่ ๆ]

ให้ความเห็น

เจลโกนหนวด

ผมโกนหนวดวันเว้นวัน (ฝรั่งเรียกว่า every second day) เพราะหนวดเครายาวเร็วพอประมาณ คือโกนวันนี้ วันรุ่งขึ้นจะเป็นตอพอมองเห็นเขียว ๆ และวันถัดไปจะดำครึ้มเต็มแก้ม เต็มคางจนเห็นได้ชัดเจน ที่ไม่โกนทุกวัน เพราะ ๑. ขี้เกียจ และ ๒. ถ้าโกนทุกวันจะรู้สึกแสบหน้าขณะกำลังโกน

วันหนึ่งผมได้คุยกับเพื่อนสมัยมัธยมต้นคนหนึ่ง และได้ทราบว่าเรามีปัญหาเดียวกัน เขาจึงแนะนำ “เจลโกนหนวด” ยี่ห้อหนึ่ง ให้ไปซื้อมาทดลองใช้ เพราะจะช่วยให้ไม่แสบหน้าระหว่างโกนหนวด และมันไม่ผสมน้ำหอม เหมาะกับผิวแพ้ง่าย (แต่ถ้ารู้สึกแสบ ๆ หลังโกนถือเป็นเรื่องปกติ) สองวันต่อมาผมจึงไปหาซื้อเจลดังกล่าวที่ร้านที่เพื่อนผมแนะนำ

ผมมีนิสัยชอบอ่านคู่มือ หรือฉลากอธิบายวิธีการใช้ต่าง ๆ (บางทีก็อ่านหลังจากใช้งานไปแล้ว และทำให้รู้ว่าไอ้ขั้นตอนที่เราทำไปในตอนแรกนั้นมันผิด) ตัวหนังสือในคู่มือ หรือบนฉลากจะเล็กแค่ไหนก็จะพยายามอ่าน จนหลัง ๆ มาสายตาไม่ค่อยดี ก็ใช้กล้องส่องพระช่วยอ่าน

คราวนี้ก็เช่นกัน เมื่อผมซื้อเจลโกนหนวดมาแล้ว ผมก็นั่งอ่าน … และพบว่า

(จะเอามันมาใช้แทน K-Y ได้ชั่วคราวมั๊ยเนี่ย ฮ่า ฮ่า)

Comments (3)

Happy New Year 2011

May the happiness be with you for the coming YEAR ;)

ให้ความเห็น

E-Mail Center [2]

ความเดิมตอนที่แล้ว ของ E-Mail Center… https://noistuff.wordpress.com/2008/12/26/e-mail-center/ เน้นไปที่เรื่องความสามารถของ Yahoo!Alerts แต่ตอนนี้จะมาบอกวิธีที่ง่ายกว่า และดีกว่านั้นมาก

ผมไปอ่านพบที่เว็บแห่งหนึ่ง บอกว่าเราสามารถ Forward อีเมลจาก Yahoo account มาที่เมลที่เราต้องการได้ โดยการเข้าไปตั้งค่าให้ Yahoo!Mail ของเราเป็น Yahoo!Asia คำเตือน … ควรทำช่วงเวลาที่คิดว่าไม่น่าจะมีอีเมลส่งมา เพราะการเปลี่ยนนี้อาจทำให้อีเมลที่ถูกส่งมาหาเราในระหว่างนั้นสูญหายได้

วิธีทำ
๑. Log in เข้าไปที่ Yahoo!Mail ของเรา
๒. เลือก Options -> Mail Options
๓. เข้าไปที่ Account Information
๔. ที่ Account Settings เลือก Set language, site, and time zone
๕. เปลี่ยนตรง Regional Site and Language: เป็น Yahoo! Asia
๖. เปลี่ยนตรง Time Zone: เป็น Asia/Bangkok

คำเตือน (อีกครั้ง) ควรทำช่วงเวลาที่คิดว่าไม่น่าจะมีอีเมลส่งมา เพราะการเปลี่ยนนี้อาจทำให้อีเมลที่ถูกส่งมาในระหว่างนั้นสูญหายได้

เมื่อเราเปลี่ยน Yahoo!Mail ของเราให้เป็น Yahoo! Asia แล้ว มันจะมีความสามารถ POP & Forwarding งอกออกมา ดูได้ที่ Options -> Mail Options เลือก POP & Forwarding ตั้งค่า Forward mail to the following address (ใส่ Gmail ของเรา) แล้วกด Save Changes

จากนั้นก็ให้ไปจัดการที่ Gmail ของเราตามข้อความในตอนที่แล้ว โชคดี มีความสุขกับการเช็คเมลครับ ;)

ให้ความเห็น

ของที่แม่กิน

คุณแม่ของผมเป็นคนรูปร่างสูงโปร่ง และจัดว่าเป็นคนค่อนข้างผอมมาแต่ไหนแต่ไร อาจจะเป็นเพราะแม่ไม่ค่อยกินอาหาร เช้ามาจิบกาแฟดำแก้วเดียวอยู่ได้ถึงเพล แถมพอกินข้าวเที่ยงไปเพียงเล็กน้อยก็จะอิ่มและรู้สึกง่วงทันที ตื่นมาตอนบ่ายแก่ ๆ ก็จะยังไม่รู้สึกหิว และไปกินข้าวเย็นอีกทีตอนค่ำ

กิจกรรมหลักระหว่างกินอาหารเย็นของแม่ผมมีสองอย่างคือ หนึ่งดูละครทีวี และสองคุยโทรศัพท์ ผมสังเกตเห็นมานานแล้วว่า แม่จะเริ่มยกหูโทรศัพท์โทรไปหาเพื่อนคนนู้นคนนี้ หรือไม่ก็ญาติ ๆ ที่นครปฐมเป็นประจำตอนที่ข้าวในจานเหลืออีกประมาณสองสามคำ ช่วงที่คุยโทรศัพท์แม่ก็จะค่อย ๆ หยุดกินข้าว และบอกให้ยกจานไปเก็บทุกที

บางครั้งที่แม่ไม่ได้เปิดทีวีขึ้นมาดู หรือไม่ได้โทรศัพท์ไปหาคนนู้นนี้ ก็จะมีกิจกรรมรอง คือ บ่นเรื่องของผม (ให้ผมเองนั่นแหละฟัง) เรียกว่ากินไปบ่นไปสอนไป จนเลิกกินข้าวและบอกให้ยกจานไปเก็บอีกเหมือนกัน

เวลาที่ลูก ๆ หรือใคร ๆ จะซื้อของกินอะไรมาฝากแม่ ท่านมักจะบอกว่าไม่ต้องซื้อมาหรอก เปลืองตังค์ ของกินแม่มีอยู่เต็มตู้เย็น ซึ่งเป็นเรื่องจริง ถ้าแม่ไม่ซื้ออะไรมาเก็บไว้ ก็จะมีคนนำข้าวของมาฝากท่านเป็นประจำ ทั้งลูก ๆ และคนรู้จัก ส่วนใหญ่เป็นของกินพวกผัก ผลไม้ ขนมกินเล่น กระทั่งเนื้อไก่ เนื้อหมู และพวกที่ไม่ใช่ของกิน เช่น น้ำหอม จนตู้เย็นขนาดสูงท่วมหัว แทบไม่เหลือช่องว่างให้ใส่อะไรเข้าไปได้อีก

ของกินที่คนนำมาฝากแม่ มักจะเป็นของดี ๆ คุณภาพสูง ราคาแพง แม่ผมก็จะรู้สึกเสียดาย เก็บไว้จนมันเริ่มเสีย หรือใกล้จะหมดอายุ ค่อยนำออกมากิน ซึ่งบางทีก็กินกันไม่ทันวันหมดอายุ กลายเป็นว่าได้กินครึ่ง ต้องทิ้งไปครึ่ง จนเป็นเรื่องปกติ

ที่จริงแม่ผมมีของที่ชอบกินอยู่ไม่กี่อย่าง แม่มักจะถามผมว่าจำได้ไหมว่าแม่ชอบกินอะไรบ้าง ผมจำได้ว่าแม่ชอบน้ำพริกแมลงดา ทุเรียนทอด ไส้กรอกรมควันตราหมูตัวเดียว (คนส่วนใหญ่ซื้อไส้กรอกทีละไม่กี่ขีด แต่แม่ผมซื้อทีละเป็นกิโล) ส่วนใหญ่ที่แม่ถามก็เพราะเมียผมชอบซื้อของกินมาฝาก แล้วให้ผมเป็นคนหิ้วมาให้ท่าน แต่เป็นของที่ท่านกินได้แค่หนสองหน แล้วก็เบื่อ รวมทั้งไม่อยากให้ลูก ๆ ต้องเสียเงินซื้อมา (คือถ้าจะซื้อมา ก็ซื้อของที่แม่ชอบมาเลยดีกว่า ตรงประเด็นดี)

แม่ผมเป็นคนที่ไม่ชอบออกไปหาความบันเทิงนอกบ้าน ทั้งพ่อและแม่ผมพูดบ่อย ๆ ว่าเก็บเงินไว้ให้ลูก ๆ ดีกว่า แต่ถ้าลูก ๆ พาแม่ออกไปกินข้าวนอกบ้านในวันแม่ แม่จึงจะไปเพราะมีเพียงปีละหน และเนื่องจากแม่จำวันเกิดตัวเองไม่ได้ พวกเราจึงใช้วันแม่เป็นการเลี้ยงวันเกิดท่านไปในตัว

นอกจากออกไปกินข้าวกับลูก ๆ ในวันแม่แล้ว ถ้าหากมีคนชวนแม่ไปทำบุญท่านจะชอบมาก ไม่ว่าจะเป็นทอดกฐิน ผ้าป่า หรือว่าเทศน์มหาชาติ ไกลแค่ไหนท่านก็ไป (โดยเฉพาะวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องให้หวยแม่น)

เมื่อต้นเดือนนี้ พี่สาวกับพี่เขยผมชวนแม่ไปเที่ยวแสวงบุญ นมัสการสังเวชนียสถาน ที่ประเทศอินเดีย เนปาล ช่วงเดือนหน้า แม่ตอบรับทันทีแล้วโทรมาชวนผมไปหาซื้อเสื้อกันหนาว แม่บอกว่าที่จริงพี่เขยผมก็มีเสื้อกันหนาวให้ยืม แต่แม่ไม่ชอบ เพราะมันตัวใหญ่ เวลาที่ถ่ายรูปออกมาเดี๋ยวไม่สวย

เรื่องสวยเรื่องงามนี่แม่ผมให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ และมีเพลงที่ท่านร้องบ่อย ๆ จนกลายเป็นเพลงประจำตัว คือ “ถึงฉันแก่แล้ว ฉันก็อยากสวย… ใครจะทำไม” :D

หลังจากที่คุยกับพี่ชายและพี่สะใภ้คนโตแล้ว ก็สรุปตรงกันว่าจะพาคุณแม่ไปชอปปิ้งที่แพลตตินัม ประตูน้ำ ที่จริงแม่ผมชวนเมียผมไปด้วย แต่เมียผมติดขึ้นเวร ตอนแรกว่าจะไปกันวันพฤหัสบดี ผมก็เลยว่าจะพาท่านไปเดินตั้งแต่ห้างเปิด จะได้มีเวลาเดินเลือกดู มองหา เปรียบเทียบก่อนซื้อตัวที่ชอบ แต่สุดท้ายเลื่อนนัดมาเป็นวันพุธ พี่ชายผมติดงาน ส่วนผมติดทำโปรเจคช่วงเช้าถึงบ่าย พี่สะใภ้คนโตจึงอาสาพาคุณแม่ไปเดินเลือกซื้อเสื้อกันหนาวก่อน แล้วผมค่อยตามไปตอนเย็น

ที่ผมตามไปตอนเย็น เพราะเป็นคำสั่งเมียให้พาคุณแม่ไปกินส้มตำที่แพลตตินัม เมียผมบอกว่าเห็นแม่ผมกินส้มตำบ่อย ช่วงไหนที่ท่านเบื่อ ๆ อาหารก็มักจะสั่งส้มตำมากิน และส้มตำที่แพลตตินัมก็อร่อยระดับโลก

ตอนที่ผมไปถึงคุณแม่ซื้อของเสร็จพอดี ผมจึงพาท่านขึ้นไปชั้น ๖ (ส่วนพี่สะใภ้ขอพาแม่ตัวกับหลานไปหาซื้อของต่อก่อนค่อยตามมา) เมื่อถึงชั้น ๖ หาที่นั่งให้แม่ได้แล้ว ผมก็ไปซื้อส้มตำปลากรอบ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง มานั่งกินกับแม่ ท่านกินคำแรกก็บอกว่าอร่อย รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ไม่เผ็ดเกินไป ไม่มีรสไหนอ่อนแก่กว่ากัน ท่านกินไปชมไป ลูกชายก็ได้หน้า เห็นแม่กินได้อย่างเอร็ดอร่อยก็ดีใจ ข้าวเหนียวที่ซื้อมาตอนแรกสามห่อ ผมซัดไปคนเดียวสองห่อแล้ว ข้าวเหนียวของแม่ก็ใกล้จะหมด ผมจึงวิ่งไปซื้อข้าวเหนียวมาเพิ่มอีกสองห่อ ตอนแรกแม่บอกว่าอิ่มแล้ว แต่ผมยัดข้าวเหนียวไปให้ท่านหนึ่งห่อ ท่านกินข้าวเหนียวห่อที่สองอีกเกือบครึ่ง และบอกว่าไม่เคยกินข้าวได้เยอะแบบนี้มาก่อน

เมื่อพี่สะใภ้ผมพาแม่กับหลานตัวตามขึ้นมา พวกเราก็กินกันใกล้เสร็จพอดี ผมก็รีบอวดว่าวันนี้คุณแม่กินข้าวได้เยอะล่ะ กินข้าวเหนียวกันสองคนห้าห่อแน่ะ แม่ผมพูดขึ้นมาว่า “ไอ้บ้า บอกเขาทำไม แม่อายนะ” แล้วก็ยิ้ม ๆ (ผมคิดในใจ แม่อาย แต่ผมอิ๊มอิ่ม) :D

ให้ความเห็น

chown

วันอาทิตย์ วุ่นวายอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ PC เกือบทั้งวัน ตกเย็นต้องออกไปรับเมียกลับบ้าน พอมาถึงบ้านก็ยังคงพึ่งพาบริการอากู๋ จนตีสองกว่า แทบจะสลบเหมือดไป ดีว่ายังพอมีแรงคลานไปถึงที่นอนได้ แต่ยังไงก็ยังหาวิธีทำในสิ่งที่ต้องการไม่ได้ (ถ้าเป็นสมัยที่ยังไม่ได้แต่งงาน คงฟุบหลับไปหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ตามปกติแล้ว)

โจทย์คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถ copy directory จาก /home ของ user1 ไปใส่ไว้ใน /home ของ user2 โดยที่ให้ directory ที่ถูก copy ไปนั้นมี permission เป็นของ user2 เพราะคำสั่งที่ใช้ปกติคือ # cp -af /home/user1/directory /home/user2/ นั้นจะได้ directory และ sub-directory มาครบ แต่ permission จะยังคงเป็นของ user1 อยู่

สาย ๆ วันจันทร์ ตื่นมาชงกาแฟ 3 in 1 หนึ่งแก้ว แล้วมาปรึกษาอากู๋ต่อ หาเท่าไหร่ก็ไม่ได้เรื่อง (เพราะวิธีคิดเราผิด ดันไปคิดถึงแต่ options ต่าง ๆ ของคำสั่ง cp กับคิดถึงแต่คำสั่ง chmod ถึงตอนนี้กาแฟ 3 in 1 ก็หมดไปอีกแก้ว)

ในเมื่อหาคำตอบไม่เจอสักที ก็เลยเข้าไปปรึกษาที่ห้อง chat #tlwg ตอนนี้เดินไปหยิบยาคูลท์ในตู้เย็นมาดับความหิวชั่วคราวก่อนหนึ่งขวด เวลาที่เข้าไปในห้อง chat เห็นมีสมาชิกอยู่เยอะเชียว เราก็โพสถามไปเป็นชุด ระหว่างที่รอคำตอบจากห้อง chat ก็ปรึกษาอากู่ไปด้วย อยู่ดี ๆ ก็ไปเจอเว็บที่เขาพูดถึงเรื่อง chown เราก็เฮ้ย ลืมคำสั่งนี้ไปได้ไงวะ (กาแฟสองแก้วก่อนหน้านี้ไม่ช่วยให้ฉลาดขึ้นเล๊ย — โชคดีที่แบคโตบาซิลลัสในยาคูลท์ช่วยกระตุ้นสมองให้ใช้คำค้นถูกต้อง .. มิน่า สาวยาคูลท์จึงน่ารักและฉลาด)

เมื่อได้ตัวอย่างคำสั่งมาแล้ว เราก็มาทดลองทำ โดยใช้คำสั่ง (คำเตือนคำสั่งนี้ยังไม่ถูกต้องนะ) # chown -R user2 /home/user2/directory/ พอสั่ง # ls -al /home/user2/directory เพื่อดูค่า permission ของ user and group ก็จะเห็นว่า directory นั้นมี permission เป็นของ user2 จริง แต่ยังคงเป็น group ของ user1 อยู่เลย ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องออกไปหาแม่ และทำธุระให้แม่แล้วก็เลยปิดเครื่องไป (แวะกินข้าวหมูแดงที่ร้านชายสี่หมี่เกี๊ยวก่อน เพราะกลัวเป็นลม ร้านนี้แถมน้ำซุปใส่เกี๊ยวกับกระดูกหมูให้แทะด้วยนะ)

กลับมาถึงบ้านตอนหัวค่ำ หลังจากทำธุระให้แม่ และแวะกินข้าวเย็นกับเมียที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ก็มาเปิดเครื่อง เพื่อที่จะหาคำตอบสำหรับโจทย์อื่น ๆ ที่ยังต้องหาวิธีทำให้ได้อยู่อีก แต่ปรากฏว่าเครื่องมัน boot ไม่ขึ้น -_-” ก็เลยต้องลง Linux Mint 9 ใหม่อีกครั้ง ส่วน Notebook ถูกเมียยึดไปคุยกับเพื่อนที่อังกฤษผ่านทาง chat ของ Facebook

ระหว่างที่รอเครื่อง PC ติดตั้ง Linux Mint 9 และเมียกำลังใช้ Notebook ก็นึกได้ว่าเมื่อคืนมีอีกปัญหาค้างอยู่ คือโทรศัพท์ LG Arena ของเมียต่อ Wifi ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่มันเคยใช้ได้อย่างไม่มีปัญหามาก่อน เลยเอาเจ้า Arena มาทดสอบต่อ Wifi ลองอะไรต่ออะไรหลายอย่าง ก็ไม่สามารถเข้าหน้าเว็บอะไรได้เลย ทั้ง ๆ ที่ wifi connected แล้ว ได้ IP แล้วด้วย จนกระทั่งเมียเลิกใช้ Notebook เลยทดสอบปิด Notebook (เลิกต่อ wifi ที่ notebook) แล้วใช้ Arena ต่อ Wifi คราวนี้ใช้งานได้ไม่มีปัญหา จากนั้นก็เปิด Notebook เพื่อต่อ Wifi ปรากฏว่าต่อไม่ได้ คาดว่าเกิดจากการ Lock การใช้งานจาก True เพราะ router ที่ใช้อยู่เป็นตัวที่ True แถมมาฟรี (แต่ก็แปลกใจนะ เพราะที่ร้าน ก.เอ๋ย ก.กาแฟ ก็เป็น router รุ่นเดียวกันเลย ทำไมต่อ wifi พร้อม ๆ กันได้หลายเครื่องหว่า? หรือว่า Package Internet ต่างกัน??)

ช่วงที่กำลังทดสอบเจ้า Arena จะมีช่วงที่ทดลองเปลี่ยน SIM จาก AIS เป็น DTAC เพื่อทดสอบว่าปัญหามันเกิดจาก SIM หรือเปล่า ตอนนี้เราก็กลับไป search google เกี่ยวกับ chown อีก เพราะสงสัยว่าทำไม permission เป็นของ user2 แต่ group ดันเป็นของ user1 ก็ไปพบคำสั่งนี้เข้า (คราวนี้คำสั่งถูกแล้วนะ ลอกได้)

# chown -R user2:user2 /home/user2/directory/

ทดสอบ reboot เครื่องหลายรอบแล้ว ยังคงทำงานได้ปกติ

สรุปคำสั่งที่ใช้

# cp -af /home/user1/directory/ /home/user2/
# chown -R user2:user2 /home/user2/directory/
# ls -al /home/user2/directory/

ตานี้ก็พร้อมลุยโจทย์ข้อต่อ ๆ ไปล่ะ :D

ให้ความเห็น

Older Posts »
%d bloggers like this: