Archive for พฤศจิกายน, 2009

ผู้หญิงทำได้

วันก่อนดูข่าวโทรทัศน์กับเมีย มีข่าวหนึ่งที่ผู้ชายทำร้ายร่างกายผู้หญิง ผมจึงพูดกับเมียว่า

“ผู้ชายที่ทำร้ายร่างกายผู้หญิง เรียกว่าหน้าตัวเมีย”
เมียผมก็แสดงความเห็นด้วยโดยการพยักหน้า ผมจึงพูดต่อไปอีกว่า
“ส่วนผู้หญิงที่ทำร้ายร่างกายผู้ชายเรียกว่า … ภรรยา”
เมียผมก็หันมาแสดงความเห็นด้วยโดยการยิ้มหวานซ่อนโหด -_-“

Advertisements

Comments (2)

เรื่องเล่าลอยกระทง

วันสิ้นเดือนตุลาคม ๕๒

สองวันก่อนลอยกระทง ผมกับเมียออกไปกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งหลังคอนโดฯ ตอนที่กลับเข้ามาในคอนโด ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นพระจันทร์ดวงโต แต่ว่ามันยังไม่เต็มดวง แถมยังดูราวกับว่า มันไม่มีทีท่าจะใกล้เคียงกับคำว่ากลมได้ในเร็ววันนี้เลย จึงเอ่ยขึ้นว่า
“โหพระจันทร์ยังไม่กลมเลย เหลืออีกแค่สองวันจะลอยกระทงแล้ว มันจะเต็มดวงทันไหมนี่?”
“ไอ้นี่หนิ โตมาตั้งกี่ปีแล้วยังจะมาถามอีก” เมียผมพูดขึ้นพร้อมกับเอานิ้วชี้มาจิ้มๆ ที่หัวผมเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของสมอง

ด้วยความที่ผมยังอดห่วงไม่ได้จึงเอ่ยขึ้นอีกว่า
“กินเยอะๆ นะจะได้โตไวๆ อ้วมกลมเหมือนคนนี้” ผมพูดพร้อมกับโอบเอวเมียดึงมาข้างตัว

คืนนั้นเป็นวันที่เมียผมต้องไปทำงานขึ้นเวรดึก จึงต้องเดินทางออกจากคอนโดในตอนค่ำ ผมก็ออกไปส่งเธอตามปกติ ตอนที่พวกเรากำลังเดินออกทางหน้าคอนโด เมียผมก็แหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วบอกผมว่า
“พี่หน่อยดูพระจันทร์ทรงกลดดิ นี่ขนาดว่ายังไม่เต็มดวงนะ”
“กินเยอะๆ นะ จะได้โตไวๆ” ผมกล่าวขึ้นทันทีที่เธอพูดจบ
“จะได้กลมเหมือนไอ้นี่” เมียผมชิงพูดขึ้นพร้อมกับเอานิ้วชี้มาจิ้มพุงผม

====
วันลอยกระทง ๒ พ.ย. ๕๒

คืนนี้เมียผมกลับไปนอนกับแม่ของเธอ แต่ตอนค่ำผมไปรับเธอออกมาเที่ยวงานภูเขาทองด้วยกัน เป้าหมายหลักของผมคราวนี้คือไปกินข้าวหมกไก่ เพราะเมื่อวานนั่งรถหนุ่ยไปหาซื้อพลาสติกหุ้มเฟอร์นิเจอร์ ผ่านงานภูเขาทอง แล้วเกิดอาการอยากกิน

ผมชอบกินข้าวหมกไก่มาก ถึงแม้ว่าผมจะชอบกินข้าวขาหมูที่สุด แต่ในเมื่อผมสัญญากับเมียไว้ว่า ต่อไปนี้จะไม่แสวงหาข้าวขาหมูเจ้าใหม่ๆ อีกต่อไป จะกินเฉพาะร้านที่เคยกินแล้วเท่านั้น ดังนั้นข้าวหมกไก่จึงเป็นรายการอาหารที่ผมมองหาอยู่บ่อยๆ

นอกจากจะได้กินข้าวหมกไก่สมใจอยากแล้ว ผมยังได้กินมะตะบะไส้ไก่ที่เมียสั่งมากินอีกด้วย และพบว่ามันอร่อยมากกกกกกก คาดว่ามันจะอยู่ในรายการอาหารที่ผมจะคอยแสวงหาอีกรายการหนึ่ง

ส่งเมียกลับบ้านแม่แล้ว ผมก็เดินมาขึ้นรถเมล์ที่ราชดำเนิน พอเดินถึงป้ายปุ๊บ ก็เห็นรถเมล์เข้ามาจอดเทียบปั๊บ เลยรีบวิ่งไปกระโดดขึ้นรถเมล์ทันที เพราะกลัวว่าจะมีคนขึ้นเยอะ และกลัวการจราจรติดขัดอีกด้วย

ตอนที่พี่กระเป๋ารถเมล์ผู้หญิงเดินมาเก็บตังค์ผมที่ด้านหน้า แล้วลงไปยืนตรงบันไดทางขึ้น ขณะนั้นรถเมล์กำลังไต่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าพอดี ที่ข้างสะพานมีคนเดินไปมาขวักไขว่ และจับคู่นั่งทอดตาออกไปที่แม่น้ำเป็นหย่อมๆ พี่คนขับก็พูดกับพี่กระเป๋าว่า
“โหเต็มเลย”
“ไม่เห็นมีกระทงเลย เขาเก็บไปหมดแล้ว” พี่กระเป๋าตอบ หลังจากหันออกไปดูแม่น้ำเจ้าพระยาทางประตูกระจก
“นั่นไงเต็มเลย” พี่คนขับยังยืนยันแถมหรี่ไฟหน้ารถ เพื่อให้แสงจากแม่น้ำเจ้าพระยาเด่นชัดขึ้น
“ไม่มี มีแต่เรือ” พี่กระเป๋าหันมาพูดอย่างมั่นใจ
“เฮ้ย หมายถึงกระเทยเต็มเลย ไม่ใช่กระทง” พี่คนขับพูดเจือรอยยิ้มในน้ำเสียง

Comments (8)

%d bloggers like this: