เจ้าหญิงซูยุ

ตั้งแต่ผมจำความได้ สัตว์เลี้ยงของบ้านเรามีแต่แมวเท่านั้น บางช่วงมีหลายตัว บางช่วงมีตัวเดียว และบางช่วงไม่มีเลยสักตัว ผมจำได้ว่าเคยอยากเลี้ยงหมาอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ไม่ได้รับอนุญาต ผมจำเหตุผลไม่ได้ล่ะว่าทำไม แต่เท่าที่รู้เหตุผลที่บ้านเราสามารถเลี้ยงแมวได้มีประมาณนี้คือ ๑. คุณปู่เป็นคนรักแมวมาก ถึงขนาดห้ามทุกคนใช้เท้าเล่นกับแมวโดยเด็ดขาด (แต่ผมเกิดไม่ทันคุณปู่ แมวในบ้านจึงมักถูกผมเล่นหนัก ๆ สารพัดวิธี) ๒. คุณพ่อผมเห็นว่าแมวมีอิสระในตัวเอง คือมันนึกอยากไปก็ไป อยากมาก็มา อยากอยู่ก็อยู่ เพราะคุณพ่อผมเห็นว่าเราเลี้ยงมันได้โดยไม่ต้องขังมันไว้ มันอยากไปไหนก็ปล่อยมันไป ให้มันได้เป็นอิสระตลอดเวลา

แต่มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่เพื่อน ๆ ชาวตรอกหม้อนิยมเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่กัน ตอนนั้นผมน่าจะอยู่ช่วง ป.๖ ถึง ม.๑ พวกเราหุ้นกันไปซื้อเป็ดไก่มาเลี้ยงด้วยกันส่วนหนึ่ง โดยใส่กรงส่วนกลางไว้ตรงพื้นที่ว่างแถว ๆ บ้านเรา และอีกส่วนหนึ่งตังค์ใครตังค์มัน แยกไปเลี้ยงกันเองที่บ้าน ผมก็ได้เลี้ยงลูกไก่กับเขาด้วยเช่นกัน (ช่วงเวลานั้นที่บ้านเราไม่มีแมวมาอาศัยอยู่)

ลูกเจี๊ยบส่วนกลางชุดแรกค่อย ๆ ตายไปทีละตัว พวกเราก็ไปซื้อมาเพิ่มอีกรอบ พอชุดใหม่ตายหมด ก็เลิกการเลี้ยงแบบกลุ่ม ใครที่ยังเหลือลูกเป็ดลูกไก่อยู่ที่บ้าน ก็เลี้ยงกันเอง จนกระทั่งตายกันเกือบหมด

ผมเหลือลูกเจี๊ยบอยู่ที่บ้านตัวหนึ่ง แต่เลี้ยงไปได้อีกไม่นาน ก็ถูกแมวข้างบ้านคาบไปกินต่อหน้าต่อตา ตอนนั้นผมทั้งโกรธ ทั้งโมโห ร้องห่มร้องไห้ น้ำตาไหลพราก พราก และแค้นเจ้าแมวตัวนั้นมาก แต่พอตอนนี้มานึกดูแล้วต้องขอบคุณมัน เพราะเหตุการณ์นั้นเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมเขียนบันทึก (เริ่มจากเขียนแช่งแมวตัวนั้นนั่นแหละ)

ที่บ้านผมมีพี่น้องสี่คน พี่สาวคนโต ผมเรียกว่าเจ๊ พี่ชายคนโต (เป็นคนที่สองของบ้าน) ผมเรียกว่าเฮียใหญ่ และพี่ชายคนก่อนหน้าผม (คนที่สามของบ้าน) ผมเรียกว่าเฮียเล็ก ส่วนผมเป็นน้องสุดท้องที่อายุห่างจากพี่ ๆ หลายปี (ตอนผมอยู่ ม.๕ ก็ไปขอลูกสาวคนเดียวของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ผมเคารพรัก มาเป็นน้องสาวอีกคน)

หลังจากลูกไก่ถูกแมวคาบไปกินคราวนั้น ผมเสียใจอยู่หลายวัน เฮียเล็กคงสงสาร จึงขี่จักรยานไปซื้อลูกเจี๊ยบมาให้ผมอีกสองตัว เฮียบอกว่าไปหาซื้อลูกเจี๊ยบตัวเมียมาให้ เพราะหวังว่าจะได้กินไข่ไก่กัน

ผมกับเจ๊ช่วยกันตั้งชื่อลูกเจี๊ยบทั้งสอง ขณะนั้นการ์ตูนอิคคิวซัง กำลังโด่งดัง ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง พวกเราจึงใช้ชื่อตัวละครในการ์ตูน เจ๊ผมตั้งชื่อให้ลูกเจี๊ยบตัวหนึ่งว่า ยาโยย ส่วนผมตั้งชื่อให้ตัวที่เหลือว่า ซูยุ

ไม่นานนักเจ้ายาโยยก็ลาโลก เหลือเพียงเจ้าซูยุเพียงตัวเดียว พวกเราช่วยกันเลี้ยงดูเจ้าซูยุให้เติบโตผ่านพ้นช่วงอันตรายต่าง ๆ จนโตขึ้นมาเป็นไก่กระทงได้

ที่บ้านผมเป็นร้านขายของชำ ตอนเช้าต้องเลื่อนตู้โชว์สินค้าไปตั้งหน้าร้าน พอดึกก็เข็นกลับเข้ามาเก็บในบ้าน ห้องที่ผมนอนอยู่ชั้นสอง ตรงพื้นจะมีช่องเจาะทะลุเอาไว้ส่งสินค้าระหว่างร้านค้ากับชั้นสอง เวลาเก็บร้านตอนดึก ตู้โชว์สินค้าที่ถูกเข็นเข้ามาจะอยู่ใต้ช่องส่งสินค้านี้พอดี

เช้าวันนั้นผมตกใจตื่นเพราะได้ยินเสียงไก่ขัน เสียงดังมากเหมือนอยู่ข้างหู ผมเปิดช่องส่งสินค้าออกดู พบว่าเจ้าซูยุขึ้นมาตีปีกพึบพั่บอยู่บนตู้โชว์สินค้านั้น และโก่งคอขันหลายต่อหลายครั้ง ผมประหลาดใจมากว่าทำไมไก่ตัวเมียจึงขันได้เหมือนไก่ตัวผู้ เมื่อทุกคนในบ้านตื่นขึ้นมาแล้วลงมาดูเจ้าซูยุ ก็ลงความเห็นกันว่ามันเป็นไก่ตัวผู้อย่างแน่นอน ไม่ใช่ไก่ตัวเมีย

ผมมาทราบภายหลังว่าเฮียเล็กขี่จักรยานกลับไปร้านที่ขายลูกเจี๊ยบให้ เพื่อไปต่อว่าคนขาย เฮียบอกว่าเตรียมไปด่ามันเต็มที่เลย “เฮ้ย ก็ไหนบอกว่าในเล้านี้มีแต่ตัวเมียไง แล้วทำไมที่ซื้อไปเป็นตัวผู้วะ”

แต่พอได้ยินคนขายตอบแล้วเฮียด่าไม่ออก เพราะคนขายบอกว่า “อ้าวก็ผมบอกแล้วไงว่าในเล้านี้ตัวเมียหมด ตัวเมียหมด”

Advertisements

2 ความเห็น »

  1. loay said

    : D *****

  2. lung said

    555 ตลกดี ก็ไก่ตอนเล็กๆเป็นลูกเจี๊ยบ หงอนยังไม่โผล่
    จิ๊บน้อยของเรา ก็เกือบได้ชื่อว่า วิสาขา แล้ววววววววว( ที่แรกคิดว่าตัวเมีย เกิดวันวิสาขบูชาพอดี )
    ดีมันมาขันตอนเป็นหนุ่มได้^^

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: