ชาวตรอกหม้อ (๒)

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พบกับเพื่อนสมัยเด็กอีกคน เป็นคนอยู่ในกลุ่มเพื่อนสนิทเช่นกัน แต่เมื่อวันศุกร์เขาติดธุระสำคัญ จึงไม่สามารถมากินข้าวกับพวกเราได้ ชิ้งกับผมจึงนัดกันไปเจอ “หนึ่ง” ที่ลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกรุงเทพในตอนค่ำ

เล็ก หนึ่ง และผม เป็นสามหัวโจกในสมัยนั้น ที่จริงหนึ่งเป็นคนมีนิสัยเรียบร้อยมาก ไม่เคยมีเรื่องชกต่อยกับใคร เป็นพี่คนโตของครอบครัวที่คอยดูแลน้องสาว และน้องชายเป็นอย่างดี เป็นกำลังหลักที่คอยช่วยเหลือแม่ หลังจากคุณพ่อถึงแก่กรรมตั้งแต่ทุกคนยังเด็ก ต่างจากเล็กและผม ที่เป็นลูกคนสุดท้องของบ้านทั้งคู่ และที่บ้านเล็กกับผม ก็อยู่ในฐานะที่ไม่ค่อยเดือดร้อนเรื่องการเงินเท่าไหร่ แต่เราทั้งสามคนก็ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ โดยยกให้เล็กเป็นหัวหน้าใหญ่ หนึ่งเป็นมือขวา และผมเป็นมือซ้าย

สมัยนั้นผมเรียกหนึ่งว่าพี่ แม้จะมารู้ภายหลังว่าเราอายุเท่ากัน แถมหนึ่งยังอ่อนเดือนกว่า แต่ผมก็ติดเรียก “พี่หนึ่ง” เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน แต่หนึ่งขอให้ผมเลิกเรียกพี่ แล้วเรียกหนึ่งเฉยๆ เพราะเราเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน

ตอนที่เราเป็นเด็ก พวกเราชาวตรอกหม้อ จะไม่ถูกกับชาวสามยอด ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่พวกรุ่นพี่ๆ ชาวตรอกหม้อของเราก็มีเรื่องชกต่อยกับพวกรุ่นพี่ๆ ชาวสามยอดอยู่เสมอ จนกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องการเหตุผล นอกจากพยายามจะรักษาศักดิ์ศรีงี่เง่าไร้สาระของกลุ่มตนเอาไว้ และมีอยู่คราวหนึ่งที่พวกผมได้ข่าวมาว่า เด็กสามยอดจะยกพวกมาต่อยตีกับพวกเรา เป็นคืนนั้นเองที่ผมได้เรียนรู้และซึ้งในน้ำใจของหนึ่ง

ในมือผมซ่อนมีดไว้หนึ่งเล่ม พร้อมที่จะนำออกมาใช้ตลอดเวลา เพราะไม่รู้ว่าเด็กสามยอดจะมากันตอนไหน แต่เมื่อผมเจอหนึ่ง หนึ่งขอมีดไปจากผมและบอกว่า “ถ้าเด็กสามยอดมา หน่อยไม่ต้องกลัว ไม่ต้องทำอะไร มายืนอยู่หลังพี่ เดี๋ยวพี่จัดการเอง” เป็นความโชคดีของทุกคน ที่ข่าวไม่เป็นความจริง แต่ผมก็ซาบซึ้งในน้ำใจของหนึ่งมากที่พร้อมจะเอาตัวเองเข้าปกป้องผม

เมื่อเราโตขึ้นมาจนใกล้จะเป็นวัยรุ่น หนึ่งและผมหัดเล่นกีต้าร์ด้วยกัน เราเริ่มเรียนวันเดียวกัน มีครูคนเดียวกัน และใช้เพลงครวญ ในการเรียนเหมือนกัน โดยพี่ที่สอนพวกเราให้เราหัดดีดสายกีต้าร์เป็นเสียงว่า “เมื่อ อยู่ ริม ฝั่ง ชล ฉัน ยล ทุก ยาม เย็น”

เวลานั้นหนึ่งยังไม่มีกีต้าร์เป็นของตัวเอง ส่วนผมมีกีต้าร์ของพี่สาวและพี่ชาย เป็นกีต้าร์โปร่งหนึ่งตัว และกีต้าร์คลาสสิคอีกหนึ่งตัว แต่หนึ่งก็ไม่เคยยืมกีต้าร์จากผมสักครั้ง

วันเวลาล่วงเลย เพื่อนๆ โยกย้ายถิ่นฐานตามผู้ปกครองไปอยู่ที่ต่างๆ กัน ล้วนไม่มีโอกาสได้เจอะเจอ ต่างคนต่างเติบโต และดำเนินชีวิตไปตามทางของตน จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากผมกลับมาจากนิวซีแลนด์ หนึ่งแวะไปหาผมที่บ้าน ผมดีใจมาก เพราะเราไม่ได้เจอกันมากว่าสิบปี เมื่อพูดคุยถามไถ่ข่าวคราวกันก็ทราบว่า ทุกวันนี้หนึ่งเป็นนักดนตรีคุณพ่อลูกหนึ่ง เล่นกีต้าร์ประจำอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวรัชดา หลังจากที่เขาได้เดินทางไปแสดงฝีมือกีต้าร์ที่ต่างประเทศมาแล้ว ผมทึ่งและยินดีกับเพื่อนมากที่สามารถเติบโต และมีชีวิตที่เจริญก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิมมาก แต่แล้วเราก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกหลายปี

ขอบคุณ Google ที่ช่วยให้ผมมีโอกาสติดต่อหนึ่งได้อีกครั้ง หลังจากผมคิดถึงวันเวลาในวัยเยาว์ และเรื่องของพวกเราขึ้นมาอย่างมาก จนต้องทำอะไรสักอย่าง ผมจึงพิมพ์ชื่อและนามสกุลของหนึ่งเพื่อค้นหา และผมก็พบอีเมล พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ผมรีบโทรไปทันที แต่ไม่มีคนรับสาย ผมจึงส่ง SMS และอีเมลไป ผมคาดไม่ถึงว่าอีกพักใหญ่ หนึ่งจะโทรกลับมา และบอกว่าตอนนั้นกำลังเล่นดนตรีอยู่จึงไม่สามารถรับสายได้ จากที่ได้คุยกันทางโทรศัพท์หนึ่งครั้ง ส่งอีเมลคุยกันอีกสองสามครั้ง ก็ผ่านมาอีกหลายปีที่เราไม่ได้เจอกัน

เมื่อวันเสาร์หนึ่งมาเล่นดนตรีให้กับศิลปิน AF ที่ลานคนเมืองในงาน ๓๖ ปี สภากรุงเทพมหานคร ชิ้งกับผมมีโอกาสได้พูดคุยกับหนึ่งนิดหน่อยก่อนถึงเวลาแสดง หนึ่งยังคงเป็นหนึ่ง เป็นคนสุภาพเรียบร้อย เป็นคุณพ่อที่น่ารักของลูกสาวหนึ่งคน ผมดีใจที่พวกเราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ตอนนี้หนึ่งเป็นนักดนตรีอาชีพฝีมือดีไปแล้ว ตัวผมเองตอนที่ฝีมือดีดกีต้าร์รุ่งสุดๆ จับได้สี่คอร์ด เล่นได้พอเป็นเพลงอยู่สองสามเพลง ส่วนตอนนี้ เล่นไม่ได้เลย :P

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: