กินข้าวกับชาวตรอกหม้อ

คืนวันที่ ๑๕ พ.ค. ๕๒ ผมได้ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ สมัยเด็กๆ บางคนไม่ได้เจอกันมายี่สิบกว่าปี ผมรู้สึกดีใจมาก

เท่าที่นัดกันได้มีมาไม่กี่คน ชิ้งใช้ (โต้โผที่พยายามนัดเพื่อนๆ ตั้งแต่สองปีก่อน) หมวยจู กับ ไพ้ฮง สองคนนี้เป็นพี่น้องกัน (จูรุ่นเดียวกับผม ฮงอ่อนกว่าหนึ่งปี) เอ อ่อนที่สุดในกลุ่มที่นัดกันได้ และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ จูและฮง คืนนั้นภรรยาของเอมาสังสรรค์กับพวกเราด้วย

สมัยเด็กๆ พวกเราเล่นด้วยกันทุกวัน นัดไปกินส้มตำกับองุ่นยักคิ้วกัน พากันไปดูหนังกลางแปลงตามสถานที่ต่างๆ ด้วยกัน แบ่งขนมกันกิน เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ดด้วยกัน มีโกรธกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง ชกต่อยกันบ้าง ตัดเพื่อนกันก็เคย แล้วพอโตขึ้น ก็เริ่มโยกย้ายถิ่นฐานกันออกไป จนเหลือผม กับเพื่อนอีกไม่กี่คนที่ยังอาศัยอยู่ที่เดิม แต่ก็ไม่ได้มาคลุกคลีกันเหมือนอย่างเคย

ชิ้ง ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แล้วย้ายกลับเข้ามาอยู่บ้านเดิมอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับที่บ้าน ทุกครั้งที่ชิ้งเจอผม ก็จะตะโกนทักทายโหวกเหวก หรือบางทีหากเจอผมกลางทาง ก็ให้ซ้อนมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ไปส่งผมที่ร้านเก่าบ่อยๆ

จู เคยยืนยันที่จะอยู่ข้างพี่สาวชิ้ง ที่ถูกผมไม่ให้เข้ากลุ่มด้วย เพราะอคติ ความเขลา เบาปัญญาของผมเอง ทำให้ผมไม่คุย ไม่คบกับจูอยู่หลายปี จนได้มาเจอกันเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ผมจึงกล่าวขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น และทุกวันนี้ผมนับถือน้ำใจของจูกับเหตุการณ์ครั้งนั้นมาก

ฮง กับ เอ อยู่ในกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยเด็กของผม อาจจะเพราะบ้านเราอยู่ตรงข้ามกัน แม่ของพวกเราสนิทกัน พวกท่านได้พึ่งพาอาศัยกันเสมอ และผมมักจะเดินข้ามถนนแคบๆ ในซอยที่คั่นอยู่ระหว่างบ้านเรา เข้าไปเล่นด้วยบ่อยๆ เพราะสมัยที่พวกเราเป็นเด็ก จะเข้าบ้านไหนก็ไม่มีใครว่า บางทีก็ไปอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ที่บ้านของใครสักคนเพื่อเล่นเกมกระดาน ตัวต่อ lego หรือดูผู้ใหญ่ทำงาน

ปัจจุบัน ทุกคนต่างมีครอบครัว มีลูกกันแล้ว เหลือเพียง ฮง กับ ผม ที่ยังไม่มีทายาท ฮงยังถูกแซวไม่มาก เพราะเพิ่งอยู่กินกับแฟนไม่ถึงปี แต่ผมแต่งงานมาปีกว่าแล้ว ก็จะถูกแซวมากหน่อย ผมก็จะแซวออกไปทางชิ้งว่า คนอื่นเขามีลูกชายกัน ส่วนชิ้งมีแต่ลูกสาว สงสัยเพราะสั้นอันเล็ก

ที่จริงกลุ่มของพวกเรามีจำนวนคนเยอะกว่านี้มาก มีหลายคนที่เป็นพี่น้องวัยใกล้ๆ กัน และบ้านอยู่ติดๆ กัน น่าเสียดายที่คืนนั้นเราไม่สามารถมาพบกันได้ทุกคน และบางคนก็เสียชีวิตไปก่อน

ตอนกินข้าวก็พูดคุยกันเรื่องเก่าๆ และอัพเดทชีวิตปัจจุบัน แล้วก็ชวนกันไปโยนโบว์ลิ่งที่เมเจอร์ปิ่นเกล้า แต่ฮงต้องขอกลับก่อนจะเริ่มเล่น ตอนที่เล่นก็ขำกันไป แซวกันไป ฮากัน อำกัน เป็นที่สนุกสนานและเสียงดังอยู่กลุ่มเดียว โชคดีที่เราเล่นกันเลนมุมสุด จึงไม่รบกวนใครมากนัก

เกมแรกต่างก็โยนกันธรรมดา แต่พอเริ่มเกมสอง เอก็แสดงลีลาการโยนลูกโค้งให้เป็นที่ฮือฮากันหลายลูก ที่ฮือฮาเพราะลูกวิ่งโค้งจากกลางเลนไปจนชิดขอบทางขวาจนเกือบตกท่อ แล้วอ้อมกลับมาตรงกลางแต่ก็โค้งไปตกท่อทางซ้ายก่อนจะโดนพินโบว์ลิ่ง แต่มีบางลูกที่เอสามารถทำสไตร์ทได้จากการโยนลูกโค้งเช่นนั้น

จังหวะที่ภรรยาของเอลุกออกไปจากโต๊ะ พวกเราจึงเริ่มแซวและตั้งฉายาให้เอที่ชอบโยนลูกไซด์โค้ง มีเสียวว่าจะล้างท่อ แล้วก็ล่างท่อ แต่สุดท้ายก็ทำสไตร์ทได้ ว่า “เอ ชอบไซ้ ได้เสียว ลงรู มีเฮ”

ผมรู้สึกขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ยังคงมีความรู้สึกเหมือนเดิมให้กัน แม้ว่าเราจะไม่ได้เจอกันจนเวลาจะผ่านล่วงเลยมากว่ายี่สิบปี ผมเพิ่งเข้าใจคำพูดของพี่เบิร์ดในโฆษณาหมากฝรั่งลอตเต้เมื่อหลายๆๆๆ ปีก่อนที่ว่า “เพื่อนกัน ไม่ต่อก็ติด” ในคืนวันนั้นเอง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: