ห้าสิ่งที่อยากให้คุณรู้

หลังจากที่โดนแทคมาตั้งหลายที จึงคิดว่าถึงคราวต้องเอาของลับออกมาโชว์บ้าง (คือถ้าเอาความลับมาโชว์ มันก็จะไม่ลับอีกต่อไปแล้วไง แต่ของลับนี่เก็บไว้โชว์ได้อีกหลายครั้ง อิอิ)

ตอนแรกว่าจะนำคำถามซ้ำๆ มาตอบให้หายข้องใจกัน แต่ปรากฏว่ามีคนถามมาคนเดียว -_-”

๑. ไหนๆ มีคนถามมาแล้ว จัดเรื่องบวชให้ก่อนละกัน … ผมบวชหนึ่งพรรษา ออกพรรษาแล้วได้รับกฐิน คราวนี้เกิดเสียดายอานิสงส์พรรษา และอานิสงส์กฐิน เลยอยู่ใช้อานิสงส์ทั้งสองให้ครบ … อธิบายยังไงดี คนที่ไม่เคยบวชครบพรรษาอาจไม่เข้าใจ ต้องให้รายละเอียดกันหน่อย

เวลาที่เราบวชและอยู่ในพรรษา จะมีกฎหยุมหยิมเล็กน้อยยุบยั่บ เช่น ห้ามอยู่ห่างผ้าสามผืน (ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ผ้าทั้งสามผืนคือ จีวร สบง และสังฆาฏิ จะต้องอยู่ใกล้ตัวในรัศมีแขนเอื้อมถึง), ต้องฉันอาสนะเดียว (ห้ามฉันระหว่างมื้ออาหาร) ฯลฯ

ครั้นครบพรรษาแล้ว เราจะได้รับอานิสงส์พรรษาไปสามเดือน คือยกเว้นกฎหยุมหยิมต่างๆ เหล่านั้น แถมพกหากได้รับกฐินด้วย ก็จะได้ยืดเวลารับอานิสงส์นั้นออกไปอีกสามเดือน

ผมคิดว่ามีโอกาสได้บวชชีวิตนี้คงครั้งเดียว จึงพยายามเก็บเกี่ยวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องไว้ จึงอยู่ใช้อานิสงส์พรรษากับกฐิน จนหมด รวมเวลาเป็นพระใหม่ทั้งสิ้น สิบเดือนครึ่ง … แต่สวดมนตร์ได้น้อยมาก (แหะๆ — เก็บเกี่ยวเรื่องนี้ออกมาได้น้อยอะ)

๒. ผมได้เรียน Event Management ที่นิวซีแลนด์ (หลักสูตร 1 Year Diploma) เพราะถูกคัดเลือกจากผู้บริหารโรงเรียนภาษาอังกฤษในขณะนั้น คือตอนนั้นผมขยันเรียนมาก มีความรับผิดชอบมาก มีการพัฒนาเร็วมาก (ก็เพิ่งลาสิกขาเป็นทิดใหม่ ยังมีวินัยเยอะ) และโรงเรียนก็คงอยากได้ตังค์ค่าเรียนจากผมมากเช่นกัน :P สรุปผมเรียนภาษาอังกฤษหกเดือน เรียน main course อีกแปดเดือน รวมเวลาหนึ่งปีสี่เดือน แต่ผมโง่เรื่องคำศัพท์มากๆ ทุกวันนี้ยังคงสะกดคำอังกฤษไม่ได้หลายคำ แถมบางคำก็ออกเสียงเพี้ยนๆ จนเพื่อนสนิทคนหนึ่งแซวว่า “พุ ทัย ดั๋ย นิด โหน่ย พุ อังกิด มะได้เลย”

ที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพื่อให้เข้าใจกันถูกต้อง เพราะเวลาที่คนถามว่าผมไปเรียนนิวซีแลนด์กี่ปี ไปเรียนอะไรมา ผมมักจะตอบแค่ว่าไปเรียนปีกว่า เรียนภาษาอังกฤษอย่างเดียว เนื่องจากขี้เกียจอธิบายว่า Event Management คืออะไร ดังนั้นผู้คนมักจะคิดไปเองว่า ผมคงเก่งภาษาอังกฤษฉิบหาย … อย่าถามศัพท์ภาษาอังกฤษผมเลยครับ เปิด dictionary เอาแน่นอนกว่า

๓. ผมมีอายุ ๒๗ เสมอ ที่จริงก็รู้กันหลายคนแล้วนะ แต่คราวนี้จะเล่าให้ฟังถึงเหตุผล และกระบวนการหยุดอายุ

ตอนเด็กๆ ผมเคยอ่านผลงานของคุณรงค์ วงษ์สวรรค์ (หนุ่ม) และท่านเคยอธิบายว่าท่านมีอายุเท่าเดิมเสมอ (ผมจำไม่ได้ว่ากี่ปี สามสิบกว่า หรือสี่สิบกว่า) ตอนนั้นก็แค่จำได้ ไม่ได้คิดอะไร

ผมจบคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รุ่นที่ ๒๗

ปีที่ผมมีอายุ ๒๗ เป็นปีที่ผมมีความสุขมากๆ และได้บอกรักกับแฟนคนปัจจุบันด้วย

เพื่อนชาวนิวซีแลนด์ของผมคนหนึ่งเคยบอกว่า “The good dies young” และยกตัวอย่างคนดีๆ เท่ๆ ที่ตายตอนอายุ ๒๗ เพียบ

ในเมื่อมันเป็นช่วงอายุที่ผมมีความสุขที่สุด และผมต้องการเป็นคนดี จึงหยุดอายุไว้ที่ ๒๗ (เวลาตายก็ตายตอนอายุ ๒๗ เท่มะ)

วิธีการหยุดอายุก็คือ ผมพยายามจดจำทุกความคิด ทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นในช่วงอายุนั้น และทบทวนมันบ่อยๆ ดังนั้นไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ผมก็ยังคงมีอายุ ๒๗ … (แต่มันใช้ไม่ได้ตอนที่ต้องติดต่อราชการ … นั่งนึกอยู่นานกว่าจะบวกอายุที่ถูกต้องได้) -_-”

๔. ผมชื่อหน่อย เพราะเป็น “ลูกหลุดท้อง” คือตอนแรกคุณพ่อคุณแม่ผมตั้งใจจะมีลูกคนเล็ก คือพี่ชายคนก่อนหน้าผมแล้วพอ จึงตั้งชื่อให้พี่ชายผมว่า เล็ก แต่ดันมีผมหลุดมาอีกคน เลยต้องหาชื่ออะไรที่มันเล็กกว่าคำว่า เล็ก

(ข้อสี่ย่อย แบบว่ามีมากกว่าห้าเรื่องที่อยากบอกไง แหะๆ) ผมมีชื่อจีนว่า ไช้ไล้ แปลว่า โชคมาลาภมา เพราะตอนที่คุณแม่กำลังท้องผม ที่บ้านโดนโกงเงินหลายครั้ง จนเกือบล้มละลาย ท่านตั้งใจจะไปกระโดดน้ำตายที่สะพานพุทธถึงสามครั้ง แต่ไม่สำเร็จ ครั้งที่สามตำรวจเห็น วิ่งเข้ามาจะจับ คุณแม่ผมเกิดกลัวตำรวจขึ้นมาเลยกระโดดขึ้นรถตุ๊กตุ๊กหนีตำรวจแทน

คุณแม่เล่าให้ฟังด้วยว่า ตอนที่ท้องผมท่านแพ้ท้องแบบแปลกๆ คือนอนกลางวันที่บ้านไม่ได้ มันรู้สึกเหม็นไปหมด ต้องไปนอนกลางวันที่เขาดิน จำเพาะตรงหน้ากรงลิงเท่านั้น

พอคลอดผมออกมาแล้ว ฐานะทางบ้านก็ดีขึ้นเรื่อยๆ … เวลาที่คุณแม่เล่าถึงความลำบากครั้งอดีต แล้วพูดว่าผมไม่เคยต้องลำบากเหมือนพี่ๆ เลย ผมก็จะบอกท่านว่า ก็คนทำบุญมาผิดกันไง :D

ผมเคยเล่าเรื่องชื่อจีน และความหมายให้เพื่อนชาวนิวซีแลนด์อีกคนหนึ่งฟัง เขาก็เอามือมาแตะๆ ลูบแขนผม ก่อนจะไปซื้อ Lotto ในเย็นวันนั้นเอง … ปรากฏว่า เขาถูกรางวัลได้เงินยี่สิบเหรียญ ;)

๕. ตอนที่ผมเรียนอยู่ขอนแก่น ผมมีลูกสาวหนึ่งคน ชื่อ หุย เธอตัวเล็กๆ ผิวขาว แก้มกลม ตาโต น่ารักมาก :)

ถ้าจะถามว่า แล้วแม่เธอละคือใคร .. ผมตอบไม่ได้เหมือนกัน

จะเล่ายังไงดี ไม่ให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่ คือ เธอเป็นเพื่อนต่างคณะ และน่ารักมาก วันหนึ่งผมนั่งคุยกับเธอที่โรงอาหารกลาง บอกว่าอยากมีลูกสาวน่ารักเหมือนอย่างเธอ คุยไปคุยมา ก็ขอให้เธอมาเป็นลูกสาวผมซะเลย (แบบว่าได้เหมือนเป๊ะๆ แน่นอน ไม่ต้องไปรอลุ้น) เธอก็ยอมด้วย เลยให้เธอเรียกผมว่าป๊าตั้งแต่วันนั้น :D

ทุกวันนี้ยังคงได้รับอีเมลจากลูกสาวผมบ้าง นานๆ ครั้ง …

อยากจะ tag ต่อไปอีกเป็นร้อยๆ คน เพราะกลัวคนที่ไม่โดน tag น้อยใจ … แต่ก็นะ จะให้ tag ทั้งหมดจริงๆ ก็ขี้เกียจอีก งั้นไว้ค่อยมาคิดอีกทีละกันว่าจะ tag ใครดี ;)

10 ความเห็น »

  1. rerng-rit said

    อาว์ ‘รงค์ หยุดอายุไว้ที่ 28 ครับ ^_^
    บวชนานน่าอิจฉาจัง

  2. jommoj said

    หยุดอายุ…ดีจังค่ะ จะขอลอกไปใช้บ้าง เอาซัก 15 ละกัน^^

    อยากได้แขนคุณหน่อยมาลูบๆ บ้างจังค่ะ เผื่อจะได้บ้าง :-)

  3. noistuff said

    คุณ rerng-rit ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ :D

    คุณ jommoj ปีนี้ครบ ๑๕ หรือเปล่าครับ? มันต้องทำตอนปีที่มีอายุเท่านั้นนะสิครับ ;)

  4. badzboy said

    ดีนะคับ มีลูกทันใช้

  5. maewpilar said

    อ่านไปยิ้มไป น่ารักดีค่ะ ขำด้วย โดยเฉพาะข้อสี่ย่อย :-)

    จะว่าไปเราก็หยุดอายุอัตโนมัตินะ เพราะตอนนี้เริ่มนึกไม่ออกว่าตัวเองอายุเท่าไหร่แฮะ

  6. McGuyver said

    สงสัยครับ
    ข้อ 5 หุยที่ว่านี้ตัวผอม ๆ ขาว ๆ หมวย ๆ เสียงเล็ก ๆ (แบบที่ประชาสัมพันธ์ในห้างชอบพูดประกาศออกไมค์) หรือเปล่าครับ (เอวบาง ๆ อาจจะไม่ถึง 22 นิ้ว)

  7. noistuff said

    หุยลูกสาวผมตัวป้อมๆ ครับ ตัวเล็กๆ ป้อมๆ น่ารัก :) เสียงห้าวนิดๆ แบบคนจริงใจ พูดตามความรู้สึก ผมถึงบอกว่าเธอน่ารักไงครับ :)

  8. ผีแว็กขน said

    ผมก็พึ่งจะรู้นะเนี่ยว่าพี่หน่อยไม่ได้ไปเรียนแค่ภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์

    แต่ผมรู้จักนะไอ้สาขา Event Management ที่พี่ไปเรียน
    ก็เรียนประมาณเกี่ยวกับการบริหารจัดการ events ต่างๆ อย่างการจัดการประชุม, การจัดการแสดงคอนเสิร์ต, พิธีเปิด-ปิดกีฬา, การแสดงทางวัฒนธรรมต่างๆ ให้เรียบร้อยมีประสิทธิภาพ

    แปลกดีเหมือนกัน….จบด้านเกษตร เรียน cert ต่อด้าน Event management
    แต่ท้ายสุดก็เห็นพี่ทำงานวนเวียนอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ (^_^)

  9. อยากหยุดอายุไว้ที่ 26 เหมือนกันครับ
    ดูท่าทางแล้ง จขบ. เป็นคนลุยๆ มันส์ๆ นะครับ

  10. พี่จอย said

    ข้อห้า อย่าเลียนแบบนะครับ เวลาเรียกกลับมาไม่ได้หรอก

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: