Rejected

วันนี้ผมถูกปฏิเสธ …

ที่จริงผมตั้งใจจะไปบริจาคโลหิตตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม เพราะนอกจากจะเป็นวันพ่อแล้ว ยังเป็นวันที่มีคนนำอาหาร และขนมหวานมาเลี้ยงอย่างคับคั่ง :D (แฟนผมเรียกอาการนี้ว่า “เห็นแก่กิน”)

แต่เนื่องจากวันก่อนที่ไปกินติ่มซำกับเพื่อนๆ แบบอิ่มมากๆ อีกทั้งก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้ถ่ายมาหลายวัน ดังนั้นเมื่อกลับมาถึงบ้านหลังการกินติ่มซำแล้ว ผมก็ถ่ายพรวด ถ่ายพรวดข้ามมาจนถึงเมื่อวานนี้ จึงไม่ได้ไปบริจาคโลหิต (แฟนผมเรียกอาการนี้ว่า “สมน้ำหน้า”)

เช้านี้มีงานเข้ามาไม่เยอะ แต่ผมยุ่งมาก ต้องโทรศัพท์ติดต่อเรื่องโน้น เรื่องนี้ตลอดทั้งเช้า จากนั้นก็ถึงคราวที่ต้องนั่งคอยอีเมลในช่วงบ่าย จึงตัดสินใจว่า ไปบริจาคโลหิตดีกว่า แล้วค่อยกลับมาเช็คอีเมลที่บ้านตอนเย็น

ก่อนจะไปสภากาชาด ผมก็ไปทำธุระเรื่องโอนเงินทางธนาคาร ให้คนโน้น องค์กรนี้ อีกทั้งจ่ายหนี้ค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก็กินเวลาไปจนถึงตอนบ่าย

กว่าจะฝ่าการจราจรติดขัดไปถึงโรงพยาบาลจุฬา ก็เกือบบ่ายสอง อากาศก็ร้อน แล้วยังต้องเดินต่อไปสภากาชาดที่แยกอังรีดูนัง ผมเริ่มรู้สึกเหนื่อย

เมื่อไปถึงสภากาชาด ก็ต้องกรอกแบบฟอร์มบริจาคโลหิต พอกรอกมาถึงข้อ ๖. เขาถามว่า มีอาการท้องเสียหรือท้องร่วงในช่วง ๗ วันที่ผ่านมาหรือไม่ … ผมกะจะตอบว่า “ไม่” เพราะคิดว่าไอ้ที่เราเป็นเมื่อวานซืนต่อมาจนถึงเมื่อวาน มันเป็นอาการของคนตะกละมากกว่า แต่ไม่อยากโกหก จึงตอบว่า “ใช่” คิดว่าเดี๋ยวค่อยไปอธิบายให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า อาการขี้แตกของผมมันเกิดจากการกินมากเกินไป

กรอกแบบฟอร์มเสร็จแล้ว ก็ไปดื่มน้ำ ช่วยให้หายเหนื่อยนิดหน่อย แล้วก็มานั่งตากแอร์เย็นๆ รอเขาเรียกคิว หมายเลขที่ผมได้คือ ๔๗๑ แต่คิวที่เขากำลังเรียกอยู่ขณะนั้น คือ สี่ร้อยสิบกว่าๆ … จากนั้นผมก็นั่งเคี้ยวหมากฝรั่งรอ จากนั้นก็ฟังเพลงจากเครื่องเล่นเพลงพกพา จากนั้นก็ยังคงเคี้ยวหมากฝรั่งแจ๊บๆ นั่งตากแอร์เย็นๆ แล้วในที่สุดผมก็นั่งหลับอ้าปากหวอ …

มาสะดุ้งตกใจตื่น ตอนที่เขาเรียกคิวสี่ร้อยสี่สิบกว่าๆ (อายผู้คนฉิบฯ เพราะตำแหน่งที่ผมนั่งคือด้านหน้าสุด หันไปทางกลุ่มคนมหาศาลที่รอเรียกคิวอยู่อีกฟากหนึ่ง) ตอนนี้ชักจะรู้สึกว่าไว้มาบริจาควันอื่นดีกว่า เพราะท่าทางเราจะเหนื่อยเกินไป (อายด้วย ยิ่งอยู่นานจะยิ่งอาย แบบทำอะไรไม่ถูก)

ผมตัดสินใจนั่งรอเขาเรียกคิวต่อไป นั่งเคี้ยวหมากฝรั่งต่อไป นั่งทำเป็นเนียนและพยายามฝืนตาไว้ไม่ให้หลับ … จนกระทั่งถึงคิวผม

พอเข้าไปถึง ผมก็รีบชี้แจงให้พี่เจ้าหน้าที่ทราบว่า ที่ผมท้องเสียเป็นเพราะผมกินมากไป แต่พี่เขาบอกว่าไม่ได้ เขากลัวว่าจะยังคงมีเชื้ออยู่ และมันจะไม่เป็นผลดีกับผู้ป่วยที่ได้รับโลหิตจากเราไป ให้รออีกเจ็ดวัน แล้วค่อยมาบริจาคใหม่ … ผมจึงถูกปฏิเสธ ต้องกลับออกมาแบบไม่เสียเลือดเสียเนื้อ

ที่จริงผมรู้สึกเพลีย อยากกลับบ้าน แต่คิดว่าไหนๆ ก็มาถึงแถวนี้แล้ว ไปนั่งรอแฟนเลิกงานดีกว่า ผมจึงเดินไปรอบริเวณใต้ตึกที่เธอทำงาน

ผมต้องรออยู่นานเพราะวันนี้เธอเลิกงานช้า หลังจากที่เธออาบน้ำ เปลี่ยนเครื่องแต่งตัว เธอก็ชวนไปกินอาหารที่ MBK เราเดินทางไปด้วยรถไฟฟ้า BTS

ขบวนที่เราเข้าไปนั้น มีคนยืนอยู่แน่นมาก เพราะเป็นช่วงก่อนหกโมงเย็นเล็กน้อย ในรถแน่นขนาดที่ว่า แฟนผมไม่สามารถจับราวด้านบน หรือจับอุปกรณ์ยึดเหนี่ยวใดๆ ส่วนตัวผมสามารถใช้มือขวาจับราวด้านบนไว้ได้ จึงใช้มือซ้ายกุมมือเธอไว้ข้างหนึ่ง เธอยืนหันหน้าไปด้านข้าง ผมจ้องมองใบหน้าด้านขวาของเธอ นานๆ เข้าเธอก็หันมาแลบลิ้นทำหน้าเบี้ยวใส่ผมทีหนึ่ง

คุณเคยมีความรู้สึกไหมว่า บางครั้งมันเป็น “The moment” คือจังหวะที่ดีที่เราน่าจะได้กระทำบางสิ่งมากที่สุด …

ผมมองใบหน้าด้านข้างของเธอ ฉากหลังเป็นผู้คนมากมายใส่เสื้อเหลืองเต็มขบวนรถไฟฟ้า มือผมกุมมือเธอไว้ที่ระดับอก .. ณ เวลานั้น ผมอยากโน้มตัวลงไปกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเธอว่า “พี่รักหนูครับ แต่งงานกับพี่นะ”

แต่ … ตอนนั้นผมไม่มีแหวน ไม่มีวัตถุใดๆ ที่จะสามารถสวมนิ้วเธอได้ และที่สำคัญ ผมกลัวเธอตอบกลับมาว่า

“ยี้ คนขี้แตก ไปรออีกเจ็ดวันค่อยกลับมาขอเค้าแต่งงานใหม่นะ”

Advertisements

2 ความเห็น »

  1. impressa said

    พออ่านจบ ปุ๊บ
    แทบทนไม่ได้เลยนะครับ อยากจะโทรหาแฟนทันทีเลย
    โรแมนติคมากๆ ถึงมากที่สุด

    จนไม่อาจที่จะไม่แสดงความคิดเห็นได้
    ps. อิจฉาคนอยุ่ใกล้ๆแฟน

  2. noistuff said

    อยู่ใกล้แฟน แฟนก็บ่นว่าผมบ๊องบ้าง ประสาทบ้าง ตลอดแหละ :D

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: