เมา

เดินทางไปทำงาน ช่วงแรกเป็นช่วงถ่ายงานกับคนเดิมที่กำลังจะออกสิ้นเดือน เราเลยไปเรียนรู้สิ่งที่ต้องทำก่อน

วันแรกจ้างมอเตอร์ไซค์ไปขึ้น BTS ที่สนามกีฬาแห่งชาติ ไปถึงที่ทำงานสายครึ่งชั่วโมง

วันที่สองตื่นเร็วกว่าเดิมชั่วโมงนึง ขึ้นสาย ๑๒ กะไปขึ้น BTS ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ แต่รถติดมาก เลยต้องลงมา จ้างมอเตอร์ไซค์ให้ไปส่งที่ BTS ไปถึงที่ทำงานเร็วกว่าวันก่อนสิบนาที

คราวนี้คนที่ออฟฟิศแนะนำให้ลงเรือด่วนเจ้าพระยามาขึ้นที่ท่าสาทร

การเดินทางด้วยเรือครั้งแรก เริ่มขึ้นในวันจันทร์ จ้างมอเตอร์ไซค์ไปท่าพระจันทร์ ลงเรือข้ามฟากไปวังหลัง แล้วลงเรือด่วนธงเหลืองไปขึ้นที่ท่าสาทร ไปทำงานทัน แต่เมาเรือเล็กน้อย คืนนั้นรีบกลับมานอน แต่พอบอลโลกเตะเสร็จตอนเที่ยงคืน เพื่อนอั๋นก็โทรมาหา -_-” เลยกว่าจะหลับได้อีกทีก็นานเลย

วันที่สองของการเดินทางด้วยเรือ ขึ้นรถเมล์สาย ๑ ไปลงท่าช้าง แล้วเดินไปท่าพระจันทร์ ข้ามฟากไปวังหลัง แล้วลงเรือด่วนธงส้มไปขึ้นท่าสาธร วันนี้เมาเรือหนัก เพราะธงส้มจะจอดทุกท่า (ประมาณ ๖ ท่า) แล้วเวลาเรือเข้าเทียบท่า จะกระแทก บวกกับที่เรานอนน้อย เลยเมาเรือไปใหญ่ บ่ายนั้นต้องไปซื้อพาราฯ มากิน และมีงีบหลับไปประมาณชั่วโมงนึงด้วย กลับมารีบนอน เที่ยงคืนบอลโลกเตะเสร็จ เพื่อนหมีเล็กก็โทรมา … กว่าจะหลับได้อีกทีก็หลังจากนั้นไปนานอีกแล้ว

จากการเดินทางด้วยเรือ ทำให้ทราบข้อมูลว่า เรือด่วนเจ้าพระยามีธงสามสี ส้ม เหลือง ฟ้า โดย ธงส้มจะจอดทุกท่า ธงเหลืองจอดสามท่า ธงฟ้าจะแล่นยาวตลอดจอดที่สาทรท่าเดียวเลย ค่าโดยสารก็ ๑๓, ๑๘ และ ๒๒ ตามลำดับ

ช่วงอาทิตย์แรก เมาเรือทุกวัน แต่พอเริ่มงานจริง ต้นเดือนนี้ ก็ลองพยายามหลายๆ วิธีที่จะช่วยไม่ให้เมาเรือ เช่น ลงเรือปุ๊บ หาที่ยืนที่มั่นคงได้ก็หลับตาปั๊บ ไม่มองอะไรเลย, กินอาหารให้อิ่มก่อนเดินทาง, ดมยาดม, อมลูกอม …

ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้ว ไม่ค่อยเมาเรือเท่าไหร่แล้ว ดีจัง …

Advertisements

3 ความเห็น »

  1. Gowza said

    ไปยืนทำเท่ท้ายเรือจิครับ ไม่เมาแน่
    แต่ระวังตกเรือ

  2. noistuff said

    อ้าว มีคนแนะนำให้ไปอยู่หัวเรือ -_-“

  3. noistuff said

    ข่าววิทยาการจากไทยรัฐ

    ‘เมารถ-เมาเรือ’ เลี่ยงได้

    เมื่อต้องออกเดินทางไกล ไม่ว่าจะเตรียมตัวพร้อมสักแค่ไหน แต่ถ้าเกิดอาการเมารถ-เมาเรือขึ้นมาละก็เป็นได้หมดสนุกกันทีเดียว

    อาการเมารถเมาเรือนั้นเกิดขึ้นเมื่อภายในสมองเกิดส่งข้อมูลสับสนขึ้นมา อย่างเช่น ตาลาย หูอื้อ ทำให้การทรงตัวไม่ดี เกิดอาการสับสนคลื่นเหียนจนอยากจะอาเจียนออกมาในบางครั้ง

    เด็กๆมักจะเจอกับอาการเมารถมากกว่าผู้ใหญ่ แต่โชคดีที่เมื่อโตขึ้นแล้วก็จะค่อยๆดีขึ้น แล้วค่อยเป็นกันใหม่เมื่อแก่ตัวลง สำหรับอาการเมารถนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนั่งรถที่กำลังเคลื่อนที่ไปเท่า นั้น บางคนเมื่อได้กลิ่นบางอย่างเช่น กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นปั๊มน้ำมัน ก็ทำให้เกิดอาการขึ้นได้

    เพื่อไม่ให้อาการเมารถ-เมาเรือเกิดขึ้น ก็มีวิธีหลีกเลี่ยงอยู่บ้าง ดังต่อไปนี้

    ถ้าผู้ใหญ่ที่มีอาการเมารถต้องเดินทางไปด้วย ควรจัดที่นั่งตอนหน้าไว้ให้เพื่อจะได้ เห็นวิวทิวทัศน์ชัดเจน ส่วนเด็กนั้นถ้าต้องนั่ง ข้างหลังรถก็ควรจับนอนเสียเลย

    เมื่อนั่งรถพยายามไม่ก้มลงมองหน้าตัก หรือทำกิจกรรมที่ทำให้ก้มหน้า อย่างเช่น อ่านหนังสือ เล่นเกม ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะชวนกันร้องเพลงสนุกสนานไปตามเรื่อง แล้วก็อย่าลืมจัดแจงเรื่องการระบายอากาศภายในรถให้เป็นไปด้วยดี

    ถ้าต้องเดินทางไกล อาจจะขอร้องให้คนขับช่วยหยุดพัก ยืดแข้งยืดขาบ่อยๆ อย่างน้อยชั่วโมงละครั้ง จะได้บรรเทาอาการลงไปได้บ้าง

    อีกข้อหนึ่งที่ไม่ควรลืมก็คือ ก่อนออกเดินทางไม่ควรกินอาหารมื้อหนักและไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์.

    (เวรกรรม เราทำตรงข้ามเขาซะเกือบหมดทุกอย่างเลยว่ะ) -_-“

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: