คลิ๊ก

มีหลายครั้งที่ผมกำลังคิดถึงเพื่อนบางคน หรือฝันเห็นเพื่อนบางคน แล้วเขาก็มาหา หรือโทรมา

ล่าสุดวันนี้เอง ตอนเช้ากำลังคิดถึง ภูมินทร์ เพื่อนสมัยเรียนโรงเรียนพันธะศึกษา เพราะว่าเดือนที่แล้วพยายามติดต่อเขา แต่ติดต่อไม่ได้ กำลังนึกๆ ว่าจะลองค้นหาเบอร์บ้านแล้วโทรไปถามข่าวคราว แต่พอเปิดร้านมาก็ทำนู่นทำนี่ ก็ลืมเรื่องนี้ไป ตกเย็น มินทร์ ก็แวะมาหาบอกว่าเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่แล้ว :)

ภูมินทร์ เป็นเพื่อนที่ย้ายมาเรียนที่พันธะศึกษาตอนประถมห้า และนั่งโต๊ะติดกับผมสมัยมัธยมต้น เขาเป็นคนเดียวที่ตอนอยู่ ม.๓ ชกกันแล้ว เอาชนะผมได้ (ทั้งสองครั้ง) หลังจากชกแพ้ภูมินทร์แล้ว ทำให้ผมไม่เคยชกกับใครอีกเลย จำได้ว่าตอนที่ปิดห้องชกกันครั้งสุดท้าย ผมแพ้อีกครั้ง รู้สึกข้องใจมาก จึงถามไปว่า

“ทำไมมึงเก่งจังวะ”
“อ๋อ บ้านเราอยู่ใกล้ค่ายมวย เราแวะไปดูทุกเย็นเลย”

เมื่อช่วงที่ต้องมัดแหนมไปพันธุ์ทิพย์บ่อยๆ มีวันหนึ่งผมขึ้นรถปรับอากาศสาย 511 เห็นเจ้าหน้าที่เก็บค่าโดยสารแล้วคิดถึงเจ้าอุ๋ยขึ้นมา เพราะลักษณะท่าทางบางอย่างคล้ายกันมาก คิดอยากจะติดต่อเจ้าอุ๋ย แต่ว่าเจ้าอุ๋ยก็เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ไปแล้ว จึงติดต่อไม่ได้ วันนั้นกลับมาถึงร้านตอนบ่าย แล้วพอบ่ายแก่ๆ เจ้าอุ๋ยก็โผล่มา

“สวัสดีพี่”
“เฮ้ย … !!” (ผมร้องเหมือนโดนผีหลอก)

เจ้าอุ๋ยเป็นรุ่นน้องที่เคยร่วมงานกลุ่มต่อต้านยาเสพติด “เพื่อน เพื่อ เพื่อน” (Friend For Friend : FFF) อุ๋ยเป็นเด็กโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ที่จริงเกิดปีเดียวกัน แต่ตอนผมอยู่ ม.๔ เจ้าอุ๋ยอยู่ ม.๓

ย้อนกลับไปช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมคิดถึงหมอกานต์ (ศุภกานต์) เพื่อนรักสมัยประถม อยากจะโทรไปหาตั้งแต่เช้า แต่ว่าไม่แน่ใจว่าหมอกำลังยุ่งหรือเปล่า กลัวว่าโทรไปจะเป็นการรบกวน จึงเว้นไว้ ไม่ได้โทร ค่ำนั้นเอง กานต์ ก็โทรมาหา

ศุภกานต์ เป็นเพื่อนที่ผมรักมากสมัยประถมช่วง ป.๕ ป.๖ เราเขียนจดหมายถึงกันบ่อยมาก ทั้งๆ ที่ไปโรงเรียนก็นั่งติดกันอยู่แล้ว และเสาร์อาทิตย์ เราก็จะแวะไปมาหาสู่กันเสมอ บ้านเดิมของกานต์อยู่แถววังบูรพา และนี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมชอบเข้าร้านหนังสือ เวลาที่ผ่านไปแถววังบูรพา ก็จะนึกถึงสมัยเด็กเสมอ

ปีที่แล้ว ผมฝันเห็นสมเจตน์ จำไม่ได้ว่าฝันว่าอะไร แต่พอตื่นมาแล้ว สายๆ วันนั้นสมเจตน์ก็โทรมาหา

“ฮัลโหล”
“เฮ้ย ไอ้เจตน์ กูเพิ่งฝันเห็นมึงเมื่อเช้านี้เอง”
“ไอ้ตอแหล”
“เฮ้ยจริง”

สมเจตน์เป็นหนึ่งในห้าชีวิต ที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกันสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยขอนแก่น พวกเราเรียกตัวเองว่า “ห้า ร.ม.ย.จ.” (ห้ารูมเมทอยากเจอ — แบบว่าออกเสียงแบบซ่าๆ หน่อย อยากเจอว้อย อยากเจอ ประมาณนั้น) โดยแต่ละคนมีฉายา ดังนี้ สิงห์ขี้เมา, ตูดปอด, ปากกว้าง, หูกาง, คางแพะ (เจตน์, อั๋น, ผม, หมีเล็ก, โหยด)

คราวนี้ย้อนกลับไปสมัยผมกำลังเรียนอยู่ขอนแก่น ตอนนั้นเรียนอยู่ปีสอง ช่วงซัมเมอร์ ผมเช่าบ้านอยู่กับอั๋นสองคน ส่วนหมีใหญ่เรียนคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ช่วงแรกมหาวิทยาลัยยังสร้างไม่เสร็จ จึงต้องมาเรียนกับพวกผม แต่เรียนได้แค่ปีเดียว ก็แยกตัวไปเพราะมหาวิทยาลัยสร้างเสร็จพอดี

บ่ายวันนั้นผมอยู่ในห้องคนเดียว กำลังคิดถึงหมีใหญ่ เรียกว่าคิดถึงชื่อมันขึ้นมาปุ๊บ หมีใหญ่ก็เปิดประตูพลั๊วเข้ามา

“เฮ้ย มีใครอยู่บ้าง”
“หมีใหญ่กูกำลังคิดถึงมึงอยู่พอดีเลย” (เสียงตื่นเต้นสุดขีด)
“ไอ้หน่อย แล้วมึงอยู่ไหน”
“กูกำลังนั่งขี้อยู่ในห้องน้ำ”
“ไอ้เหี้ยยยยยยยย !!!”

4 ความเห็น »

  1. keng said

    หมีใหญ่ หมีเล็ก นี่ฝาแฝดกันป่าวอ่ะคุณหน่อย

    ตอนอนุบาล 1 ผมก็มีเพื่อนชื่อหมีใหญ่ หมีเล็กเหมือนกันอ่ะ

  2. noistuff said

    ไม่ใช่แฝดครับ แต่ว่าสองคนนี้ชื่อหมีเหมือนกัน คนนึงตัวเล็ก อีกคนตัวใหญ่ และแถมยังจมูกโตอีกด้วย พวกเราจึงพร้อมใจกันเรียกแบบนี้เพื่อให้แยกออกว่าหมายถึงใครครับ :)

  3. งี้อาด๋าวก็ ปากกว้างอะจิ ถ้าเน็ทไม่โง่เกินไป

  4. noistuff said

    จ้าถูกแล้ว น้องเน็ทเก่งจัง :)

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: