ก่อนไปขอนแก่น ได้ยินเขาพูดกันว่า คุณป้าเจ้าของบ้านจะให้ร้านแว่นข้างๆ เช่าอีกแค่สามเดือนครึ่ง เพราะมีธนาคารมาขอเช่าแทน คนแถวนั้นก็มาถามเราว่า เราได้ข่าวจากคุณป้าหรือยัง เราก็งง เพราะไม่รู้เรื่องอะไร
ตอนที่อยู่ขอนแก่น เจอเพื่อนๆ ตอนเช้าก็เล่าให้ฟัง เพื่อนๆ ก็ช่วยกันคิด ช่วยให้กำลังใจ ว่าอย่าเพิ่งเครียดไปมากมาย เย็นๆ ค่ำๆ เจอน้องหนุ่ม หนึ่งในผู้ถือหุ้น ก็บอกน้องหนุ่มถึงข่าวลือที่ได้รับมา น้องหนุ่มเครียดนิดหน่อย เราไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่
กลับมาถึงกรุงเทพฯ มีอาการเพลียสะสมเพราะเดินทางด้วยรถไฟตั๋วนั่งชั้นสองพัดลม เมื่อยก้นกบตลอดทาง มาเปิดร้านเอาของฝากให้ที่บ้านคุณป้า หลังจากนั้นสักพักใหญ่ๆ ยังง่วงไม่หายเลยจะไปกดน้ำร้อนเพื่อชงกาแฟที่ 7-11 เจอคุณป้าเจ้าของบ้านพอดี คุณป้าบอกว่าจะต่อสัญญาให้เราอีกแค่สามเดือน (สัญญาเราหมดอายุเดือนนี้) เพราะคุณป้าเรียกช่างมาซ่อมบ้าน เนื่องจากเจอปลวกบุก แล้วหลังจากซ่อมเสร็จก็คงไม่ได้ให้เราเช่าอีก
ถึงตอนนี้ตาสว่างเลย (แต่ก็ไปชงกาแฟอยู่ดี เพราะฉีกซองแล้ว) เหลือเวลาอีกอย่างมากไม่เกินสามเดือน หรือถ้าไม่ต่อสัญญาก็จะเหลือเวลาอีกอาทิตย์เดียว
ยังคงหาทางออกที่ดีที่สุดไม่ได้ พอดีว่าช่วงที่คุณป้ามาบอกข่าวนั้น ต๋อง กับ อู๊ด อยู่ที่ร้าน ทั้งสองจึงรับปากว่าจะช่วยติดต่อเพื่อนๆ ที่พอมีที่ว่างให้เราไปเช่า ช่วงนี้จึงทำได้แต่รอข่าว รอเวลา … วันที่ ๒๕ คุณป้าจะมาเก็บค่าภาษีโรงเรือน เราคงจ่ายค่าเช่า (ไม่รู้ว่าค่าไฟฟ้าด้วยเลยหรือเปล่า) แล้วจะได้ถามว่าคุณป้าจะคิดค่าเช่าจากเรายังไงในช่วงสามเดือนสุดท้ายที่เหลือ ถ้าหากว่าคิดแล้วไม่คุ้ม ก็คงจบกิจการร้าน Speed Net Club ทันทีเมื่อจบเดือนพฤษภาคม
ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แต่มั่นใจว่ายังไงก็ต้อง move on



