Archive for ธันวาคม, 2005

เมา

คืนวันที่ ๑๐ ธันวา ไปเยี่ยมน้องครีม หลานสาวแรกเกิด ลูกของชาครีย์ กับเล็ก ที่โรงพยาบาลเปาโล

น้องครีมลืมตามาดูโลกวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๔๘

การเดินทางของเราเริ่มจากขึ้นสาย ๑๒ ที่ป้ายรถเมล์หน้าร้านพี่เจษ ไปลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

นั่งรถไฟฟ้า BTS จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปลงสะพานควาย ลงจากสถานีรถไฟฟ้า แล้วถามทางไปโรงพยาบาลเปาโล โชคดีมีหนุ่มหน้าตาดีบอกว่ากำลังจะไปเหมือนกัน เลยเดินตามตูดเขาต้อยๆ

ถึงโรงพยาบาลหนุ่ยกับปลาก็มาถึงพอดี เลยขึ้นไปหาชาครีย์พร้อมกัน แต่ชาครีย์ไม่อยู่ในห้อง พวกเราเลยนั่งรอ แล้วมารู้ทีหลังว่าแม่ชาครีย์อยู่ในห้องน้ำ

แล้วชาครีย์ก็มาพร้อมน้องเจี๊ยบ และน้องหนุ่ย แล้วเอากล้องดิจิตัลต่อเข้ากับโทรทัศน์แล้วฉายภาพตั้งแต่ตอนที่น้องครีมโผล่ออกมาจากแผลผ่าตัดตรงท้องของเล็ก

ชาครีย์ฉายให้ดูทั้งภาพนิ่ง และแบบเคลื่อนไหว (พร้อมเสียง) มีการปล่อยมุกใส่กันเป็นระยะ เฮฮากันลั่นห้อง (ตอนนั้นเล็กลงไปให้นมน้องครีมที่ห้องเด็กอ่อน)

ตอนนี้คุณแม่ชาครีย์ออกมาจากห้องน้ำแล้ว และเจี๊ยบ (ชวนจิตร) ก็เดินทางมาถึง ครีย์จึงไล่ภาพและวีดิโอให้เจี๊ยบได้ดูอีกรอบ ก่อนจะพากันลงไปหาน้องครีม

เมื่อพวกเราออกมาจากห้อง ก็เห็นเจ้าหน้าที่กำลังเข็นเล็กนั่งรถเข็นสวนกลับเข้ามาตรงทางเดิน จึงปล่อยให้เล็กกลับเข้าไปพักผ่อน แล้วบรรดา ป้า อา ลุง ก็ไปชื่นชมเจ้าตัวน้อย

น้องครีมกำลังหลับตาพริ้มอยู่ในห่อผ้าสีขาวที่มัดแน่นเป็นแหนม พอพวกเราไปถึง เจ้าหน้าที่ก็เข็นกล่องที่ใส่น้องครีมมาใกล้ๆ กระจกให้เหล่าผู้เฒ่าได้ชื่นชมกันอย่างเต็มที่ แล้วน้องครีมก็ขยับตัว …

หนุ่ย “นี่ มีดิ้นโชว์ด้วยเว้ย ให้รู้ว่าไม่ใช่หุ่น”

ครีย์ “เฮ้ยที่จริงน่ะหุ่น ใช้รีโมทควบคุม พอดีตอนนี้ถ่านอ่อน ไม่อย่างนั้นมีร้องไห้โชว์ด้วย” (ทำท่ากดโทรศัพท์มือถือ เหมือนกำลังบังคับรีโมท)

ลุง ป้า อา ก็พากันมารุมดูหนูครีมห่อแหนมกันใหญ่ พร้อมปล่อยมุกกันเกลื่อน ก่อนจะทะยอยกันมาถ่ายรูปกับหลาน แอ๊คท่าประหนึ่งว่านี่คือลูกตูเอง :D

ชื่นชม แซว ถ่ายรูปแล้วยังไม่หนำใจ ป้าเจี๊ยบอยากเห็นตีนเท่าฝาหอยของหลานอย่างมาก จึงกดอินเตอร์คอม เรียกเจ้าหน้าที่ขอให้ช่วยแกะแหนม เอามือ-เท้าออกมาโชว์

โชว์ได้สักพัก แล้วน้องครีมก็ตื่น และเริ่มร้องไห้ เจ้าหน้าที่จึงรีบมัดแหนมให้น้องครีมกลับไปเหมือนเดิม แต่ก่อนที่น้องครีมจะถูกมัดเป็นแหนมอย่างเรียบร้อยอีกครั้ง เธอก็หันมาค้อน ป้า อา ลุง หนึ่งวง :D

สามทุ่มกว่า เจ้าหน้าที่ขอปิดห้องเยี่ยม คนชราทั้งหลายกลับขึ้นไปบนห้องพักแม่ เพื่อพูดคุยกับเล็กบ้าง

เรื่องฮาๆ และมุกต่างๆ ปลิวว่อนออกจากปากแต่ละคนจนแทบไม่มีช่องว่างให้กับการหายใจ

มีเพื่อนของชาครีย์กับเล็กมาเยี่ยมอีกสองคน พวกเรานั่งกันคนละฟาก แต่ก็มีการยิงมุกข้ามเตียงกันไปมาเล็กน้อย :D

เรื่องเล่าบางส่วนที่พอจำได้ …

ครีย์ “ตอนที่แต่งงานใหม่ๆ ก็อยากมีลูกมาก แล้วแต่งงานมาสองเดือนแล้ว เล็กยังไม่ท้อง กูก็ยิ่งเครียด”

หนุ่ย “ไอ้ห่ามึงจะเครียดทำไม กูแต่งมาหลายปีแล้ว ปลายังไม่ท้องเลย”

เจี๊ยบ “มันขึ้นอยู่กับ frequency”

หนุ่ย “สงสัยว่าเพราะมันเครียดไง เลยไม่มีคุณภาพ”

ครีย์ “ทีนี้ไปเที่ยวเกาหลีกับที่ทำงาน เล็กไม่ได้ไปด้วย แล้วไกด์เขาบอกว่ามีตุ๊กตาหินเทพเจ้าที่คนชอบมาขอลูก เทพเจ้าองค์นี้ตอนแรกจะมีจมูกโตมาก แต่ตอนนี้ไม่มีจมูกแล้ว เพราะคนที่ไปขอลูกจะไปลูบจมูก พี่ผู้หญิงที่ไปด้วยกันก็ไปลูบมาเหมือนกัน กลับมาก็ท้อง ตอนนี้คลอดแล้ว ได้ลูกชาย ส่วนเราไปลูบแทนเล็ก กลับมาเลยได้ลูกสาว”

หนุ่ย “เอาวะเดี๋ยวพรุ่งนี้กูแพ็คกระเป๋าไปเกาหลีบ้าง”

หน่อย “เฮ้ยพ่อกูเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนประชากรไทยมีน้อย แล้วรัฐบาลก็คิดหาวิธีว่าจะทำให้มีเด็กเกิดเยอะๆ เลยจัดขบวนพาเหรดมาเดินผ่านบ้านคนตอนตีสาม”

(ถามพร้อมกัน) “อ้าวทำไมอะ”

หน่อย “ก็เสียงดังไง ชาวบ้านก็ตื่น แล้วพอตื่นมาก็ไม่รู้จะทำอะไร เพราะอีกไม่นานก็ต้องตื่นมาทำมาหากินกันแล้ว เลยมีกิจกรรมดีกว่า”

หนุ่ย “เฮ้ย พ่อมึงอำหรือเปล่า ตื่นมาตอนตีสามแล้วแกล้งสะกิดแม่มึงถามว่าตะกี้ได้ยินเสียงอะไรดังเปล่า ถึงได้มีมึงออกมานี่ไง แล้วพอมึงออกมา ก็มาอำมึงต่อ”

คุยกันไป ฮากันไป จนสี่ทุ่มกว่า เห็นว่าสมควรแก่เวลาเลยลากลับ

พอลงมาถึงข้างล่างหนุ่ยบอกว่าไปส่งใครไม่ไหว เพราะเพิ่งกลับมาจากงานศพที่พัทยา พวกเราเลยแซวว่า “เออ รีบกลับไปทำกิจกรรมเหอะ”

หนุ่ยกับปลา “บาย”

หน่อย “บาย (ชี้มือไปทางหนุ่ย) เดี๋ยวกูโทรไปปลุกตอนตีสาม”

เดินทางกลับย้อนทางเดิม ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ที่สะพานควาย มาเปลี่ยนคันที่สยาม ลงจากรถไฟฟ้าที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน …

นั่งรถเมล์ สบาย นั่งแท็กซี่สบาย แต่นั่งรถไฟฟ้า BTS แล้วเมา … มึนหัวตลอดทาง (ไม่รู้ว่าเมามุกมาก่อน แล้วค่อยมาเมารถไฟฟ้าหรือเปล่า)

/me พอลงจากแท็กซี่แฟนก็โทรมาพอดี เราเลยบอกว่า “เค้าเมารถไฟฟ้าอะ” .. เธอก็พูดกรอกโทรศัพท์มาว่า “บ้านนอก”

ข้อคิดเห็น (6)

กินยาล่ะ

มีน้องคนนึงแนะนำให้กินยาลดน้ำมูกแบบไม่ทำให้ง่วงซึม

เลยไปซื้อยาจากร้านขายยาใกล้ๆ มาหนึ่งแผงชื่อ
อัลเลอเร็สท์
(Alerest)
ซิพิริซีน ไดไฮโดรคลอไรด์ ๑๐ มก.
(Cetirizine dihydrochloride 10 mg)

เม็ดเล็กๆ ขาวๆ ผอมๆ ยาวๆ แผงละ ๑๐ เม็ด (๔๐ บาท)
รับประทานวันละ ๑ เม็ด วันละ ๑ ครั้ง
กินก่อนนอน แต่วันนี้เขาให้กินเลยหนึ่งเม็ด แล้วก่อนนอนอีกหนึ่งเม็ด

กินแล้วปากแห้ง (ต้องจิบน้ำบ่อยๆ) แล้วก็ง่วงนิดหน่อย (ไม่รู้ว่าง่วงเพราะฤทธิ์ยา หรือเพราะเมื่อคืนอ่านแฮร์รี่ฯ จนเกือบตีสาม หรือเพราะตัวขี้เกียจกันแน่ แหะๆ)

เอาละกินยาแล้วครับ ซื้อสับปะรดมาลูกนึงด้วย ขอให้หายเร็วๆ ละกัน :)

ข้อคิดเห็น (10)

เป็นหวัดจนได้

ในที่สุด ร่างกายก็ต้านทานไวรัสหวัดไว้ไม่ได้ มีน้ำมูกไหลตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไม่มีไข้ ไม่ปวดศีรษะ (ง่วงนิดหน่อย)

เมื่อคืนรีบปิดร้านเร็ว เพราะต้องการนอนให้มากๆ ดันตื่นมาฉี่ตอนตีสามมั๊ง แล้วก็นอนต่อ ตื่นมาปิดนาฬิกาปลุก (ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งปลุก) ตอนเจ็ดนาฬิกา แล้วนอนต่อ (อีก) ตื่นจริงๆ แปดโมงกว่า

ลำพังน้ำมูกไหลยังไม่ทำให้ทรมานเท่าไหร่ แต่นี่ดันเป็นสิวที่ปลายจมูกด้วย สั่งน้ำมูกลำบากมาก (ฮือๆ)

เมื่อวานแฟนมานั่งพิมพ์งานที่ร้านตอนค่ำ แล้วเราจามสองทีติดกัน เธอก็เดินมาแล้วบอกว่า ใส่เสื้อกันหนาวได้แล้ว พร้อมกับหยิบเสื้อกันหนาวที่วางพาดไว้กับพนักเก้าอี้ตัวข้างๆ ยื่นมาให้ รู้สึกดีจัง :)

อยากหายจากหวัดเร็วๆ เพราะนัดกับแฟนจะไปดูหนังเช้าวันที่ ๑๒ :) แต่ไม่อยากกินยาใดๆ ทั้งสิ้น คืนนี้รีบนอนเร็วๆ อีกดีกว่า :D

รถเข็นขายผลไม้ก็ไม่รู้ไปไหน จะซื้อฝรั่งกินซะหน่อย … ไปกินสับปะรดแทนก็ได้ฟระ ;)

ความคิดเห็น

นอนเยอะ

เมื่อวานรู้สึกเจ็บคอด้านขวาเล็กน้อย ส่วนตาขวาก็รู้สึกเหมือนมีน้ำตาตันๆ อยู่นานแล้ว พอกดแถวๆ ข้างจมูกขวาตรงบริเวณใต้ตา ก็รู้สึกเหมือนมีน้ำมูกตันอยู่ที่จมูกขวาด้วย และรู้สึกเจ็บข้างในหูข้างขวาเล็กน้อยมานานวัน

สรุปอาการเหมือนคนเป็นหวัด แต่ไม่มีไข้ ไม่ปวดศีรษะ (เพิ่งเริ่มเจ็บคอเมื่อวาน)

วันก่อนคุยกับแฟน เธอเล่าให้เราฟังว่ามีเด็กป่วยเป็นไซนัสอยู่คนหนึ่ง แล้วตาจะบวมๆ ก็เลยสงสัย ถามว่าทำไม เธอบอกว่ามันจะมีท่อต่อถึงกันอยู่ เราจึงชักเอะใจว่าหรือเราก็เป็นไซนัสเหมือนกัน (วะ)

เมื่อคืนรีบนอนตั้งแต่สี่ทุ่ม เพราะตั้งใจว่าจะไปบริจาคโลหิตแต่เช้า บวกกับความต้องการให้คอหายเจ็บ เพราะถ้าหากว่ายังเจ็บคออยู่ ก็ไม่อยากบริจาคโลหิต

เช้านี้ตื่นมาตอนเจ็ดโมง (หลับไปเก้าชั่วโมง) คอหายเจ็บแล้ว แต่รู้สึกเหมือนมีน้ำมูกเล็กน้อยในจมูกทั้งสองข้าง เลยค่อยๆ สั่งน้ำมูกออกมา ข้างซ้ายเป็นน้ำใสๆ จำนวนเล็กน้อยไม่มาก แล้วก็ค่อยๆ สั่งข้างขวาออกมาบ้าง แรกๆ ก็เป็นน้ำใสๆ จำนวนไม่มากเหมือนกัน แต่สักพักมีน้ำมูกสีขาวข้นๆ ก้อนประมาณปลายนิ้วก้อยข้อสุดท้ายทั้งข้อ หลุดออกมาด้วย พอลองกดข้างจมูกด้านขวา ใต้ต่อมน้ำตาก็ไม่รู้สึกเหมือนมีอะไรตันๆ แล้ว หูก็อาการดีขึ้น ไม่เจ็บ ลองปิดปากปิดจมูกแล้วเป่าลมให้มันดันออกหูทั้งสองข้างก็รู้สึกเหมือนกันทั้งสองข้าง ไม่แตกต่าง (สมัยที่เจ็บหูข้างขวา เมื่อทำแบบนี้แล้ว จะมีความรู้สึกไม่เหมือนกันทั้งสองข้าง โดยจะเจ็บข้างในหูขวาเล็กน้อย)

คราวนี้ปรากฏว่า มีน้ำมูกใสๆ ออกมาทางรูจมูกขวาบ่อยๆ คาดว่าเป็นการรักษาอาการป่วยไข้ของร่างกายตามธรรมชาติ

อืม นอนเยอะๆ ก็มีประโยชน์ดีเหมือนกัน :) (จะหาข้ออ้างนอนตื่นสายไปบอกแม่ .. อิอิ)

ข้อคิดเห็น (2)

kernel ใหม่แล้ว

เย้ ในที่สุดก็ได้ใช้ kernel 2.6.10-1.tlc กับเขาสักที (มันมีดีอะไรบ้างก็ไม่รู้ ยังไม่ได้ลอง google มัวแต่ดีใจ)

ที่คราวนี้ดีใจก็เพราะว่า upgrade kernel แล้ว สามารถใช้งาน openOfficeTLE 1.0.2 ได้อย่างไม่มีปัญหา สมัยก่อน พอ upgrade kernel ที ก็จะมีปัญหาว่าไม่สามารถเรียกโปรแกรม oOTLE ขึ้นมาใช้งานได้ คราวนี้ลองเรียกทั้ง oTLE 1.0.2 และ OpenOffice.org 2.0 แล้ว ใช้ได้

ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่าทำไมคราวนี้ใช้ได้ ลองเทียบเหตุการณ์เมื่อสมัยก่อนกับคราวนี้ดู มีดังนี้

๑. สมัยก่อน ใช้ apt-get คราวนี้ใช้ synaptic
๒. สมัยก่อนไม่ได้ update JRE คราวนี้ (ไม่กี่วันมานี้เอง) update JRE เป็นรุ่น 5.0_6 (แต่มั่วมาก ไม่รู้ว่าสำเร็จหรือเปล่าด้วยซ้ำ)
๓. สมัยก่อนไม่ได้ใช้ gnome (เป็น kde บ้าง เป็น xfce4 บ้าง) คราวนี้ใช้ gnome
๔. สมัยก่อนไม่ได้สั่ง upgrade hal และ hal-gnome คราวนี้ทำ (มันถึงบังคับลง kernel ใหม่นี้ไง แล้วไอ้ hal กับ hal-gnome เอาไว้ทำอะไรก็ไม่รู้ เห็นว่ามีให้ upgrade ก็เลยเอาไว้ก่อน)

เรื่องของเรื่องที่ลอง upgrade คราวนี้ก็เพราะอยากได้ kde 3.5 กับ firefox 1.5 เลยลองใช้ synaptic แต่ไม่มีให้เลือกลง แล้วเห็นว่ามีสามอย่างให้ upgrade ได้ ก็เลยเอาสองอัน (อีกอันเป็นอะไรไม่รู้ แต่คาดว่าสำหรับพวก developer เลยไม่เอา)

ดีใจจัง ได้ kernel ใหม่มา ไปถามน้องเกิ้ลดีกว่า ว่ามันทำอะไรใหม่ๆ ได้บ้าง :D

ความคิดเห็น

รายการถัดไป»